า เขาหันไปมองหลินชิงเวย ราวกับรอคำตอบจากหลินชิงเวย
หลินชิงเวย “ฝ่าบาททรงขยันขันแข็ง เป็นห่วงไพร่ฟ้าประชาชนนั้นเป็นเรื่องดี ได้ก็ได้เพคะ เพียงแต่การทำงานและพักผ่อนต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม”
เซียวจิ่นยิ้มให้นาง กล่าวว่า “มีเจ้าอยู่ข้างกายเจิ้น เจิ้นย่อมวางใจ ชิงเวย ท่านนี้คือ เซ่อเจิ้งอ๋อง ทั้งยังเป็นเสด็จอาของเจิ้น คิดดูแล้วพวกเจ้าน่าจะได้พบกันมาก่อนแล้ว แต่ต่อไปคงจะได้พบกันบ่อยขึ้น หากเจ้าไม่รังเกียจก็เรียกเขาว่าเสด็จอาเช่นเดียวกับเจิ้นเถิด”
“…” หลินชิงเวยมุมปากกระตุก หันไปมองใบหน้าบูดบึ้งงอง้ำของเซียวเยี่ยน ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้ชั่วขณะ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นเสียงอ่อนเสียงหวานกับเขาว่า “เสด็จอาเพคะ”
ครั้งนี้มาถึงเซียวเยี่ยนบ้าง หลินชิงเวยเห็นขมับของเขากระตุกขึ้นครั้งหนึ่ง สายตาที่มองนางนั้นเคร่งขรึมขึ้นอีก “ไม่ต้อง เจ้ายังคงเรียกเปิ่นหวางว่า เซ่อเจิ้งอ๋อง”
“แต่ฝ่าบาททรงตรัสเช่นนี้แล้ว หม่อมฉันไม่อาจปฏิเสธได้เพคะ”
เซียวเยี่ยนย้ำเตือน “เจ้าควรจะแทนตนเองว่า เฉินเชี่ย[2]”
เซียวจิ่นกล่าวว่า “เจิ้นอนุญาตให้นางไม่ต้องถือธรรมเนียมปฏิบัติกับเจิ้นด้วยธรรมเนียมมารยาทระหว่างฮ่องเต้และขุนนาง”
หลินชิงเวยหันกลับมามองเซียวจิ่นตาปริบๆ เซียวจิ่นตกตะลึง นางค้นพบว่าเด็กน้อยคนนี้ยิ่งน่ารักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
เซียวเยี่ยนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ประสงค์ดีว่า “เจ้าออกมากับเปิ่นหวาง” พูดแล้วก็หันกายก้าวยาวๆ ออกไปด้าน