ียบลื่นให้ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งยวด
หลินชิงเวยยกมือขึ้นบีบสันจมูกของตน อดคิดไม่ได้ว่า นี่ก็แค่วาสนาที่ต้องมาพบกันโดยบังเอิญเท่านั้น จะอาลัยอาวรณ์อะไรกันนักหนาผู้อื่นคงลืมไปเนิ่นนานแล้วเจ้าจะมัวคิดถึงเรื่องนี้ทำไมกัน
พี่สาว เจ้าอย่าได้ถูกขี้ตาบดบังดวงตาได้หรือไม่ เจ้าไม่ได้อายุสิบหกปี เจ้าน่ะอายุสามสิบปีแล้ว อายุสามสิบปี ไม่ใช่สิบสามปี กลับมัวแต่หวนคิดถึงค่ำคืนสารทวสันต์เช่นแม่นางน้อยอายุสิบหกหรือไร?
หรืออาจเป็นเพราะอาศัยอยู่ในร่างนี้เนิ่นนานไป ความคิดและตรรกะต่างๆ ก็จะค่อยๆ ถดถอยลงไปด้วย?
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงสะบัดศีรษะ เช็ดขี้ตาที่ติดอยู่บริเวณหางตาออกจนสะอาดสะอ้าน นางเอื้อมมือไปหยิบถุงเงินที่อยู่บนโต๊ะน้ำชาข้างเตียงขึ้นมาดูพร้อมกับพลิกมันไปมา
ถุงเงินใบนี้ชัดเจนยิ่งนักว่ามิใช่ของนาง แต่เป็นของที่นางได้มาโดยบังเอิญ บนถุงเงินปักลวดลายดอกบัวดอกหนึ่ง ดูไปแล้วฝีมือประณีตงดงามและยังมีสภาพค่อนข้างใหม่ ดูเหมือนงานฝีมือที่สตรีปักแต่กลับมาอยู่บนร่างของบุรุษ
หลินชิงเวยย่นจมูกแล้วโยนถุงเงินไปไว้ด้านข้าง จากนั้นพลิกกายหลับไป
เมื่อเซียวเยี่ยนกลับไปถึงที่พักของตนแล้วผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ มือของเขาลูบไปตามบั้นเอวของตนตามความเคยชินจึงพบว่าสิ่งของหายไปอย่างหนึ่ง เมื่อย้อนคิดกลับไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยามกลางวัน เขาอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าบูดบึ้ง เอ่ยเสียงต่ำว่า “หลิน ชิง เวย”
เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น เรื่องข