องลวี่เฉี่ยวถูกแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
คนทั้งตำหนักฉางเหยี่ยนล้วนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลวี่เฉี่ยว ขณะที่นางถูกนำตัวไปพบหลินชิงเวย สีหน้าท่าทางนั้นอิดโรยอย่างยิ่ง เสื้อผ้าอาภรณ์ไม่เป็นระเบียบ แม้กระทั่งน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทั้งแห้งและแหบพร่า ชัดเจนยิ่งนักว่าเป็นลักษณะของผู้ที่ถูกเคี่ยวกรำจนหมดเรี่ยวแรง
หลินชิงเวยกล่าว “ข้าได้ยินว่าเจ้าจะไปรับใช้ที่ตำหนักจ้าวกุ้ยเหริน หากเจ้าไปแล้วข้าย่อมไม่ขัดขวางเจ้าในเมื่อทุกคนต่างต้องป่ายปีนขึ้นสู่ที่สูงทั้งสิ้น เหตุใดยังไม่เห็นเจ้าไปเล่า?”
ทันทีที่สิ้นเสียงกงกงผู้หนึ่งเดินเข้ามารายงานว่า “เมื่อสักครู่ทางด้านจ้าวกุ้ยเหรินให้คนมาบอกความว่า ไม่ต้องให้ลวี่เฉี่ยวไปทางนั้นแล้วพะยะค่ะ”
ดูจากสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของเขาก็รู้ได้ทันทีว่า จ้าวกุ้ยเหรินจะต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเป็นแน่ ทั้งยังได้พูดจาไม่น่าฟังอีกมากมาย
หลินชิงเวยไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อยนางเพียงแค่โบกไม้โบกมือ “ถอยออกไปเถิด” นางค่อยๆ หลุบตาลงต่ำ เห็นลวี่เฉี่ยวคุกเข่าอยู่บนพื้นไม่เอ่ยอะไรแม้แต่ประโยคเดียว ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับจ้องเขม็งมาที่นาง ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง หลินชิงเวยค่อยๆ โน้มกายลงไป ปลายนิ้วของนางบีบคางของลวี่เฉี่ยวให้นางเงยหน้าขึ้นมา น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นราบเรียบ “อย่างไรเล่า เคียดแค้นข้าหรือ? ชิงชังข้าที่ข้าทำลายความบริสุทธิ์ของเจ้า? ที่จริงเจ้าควรจะขอบคุณข้า