งเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปอย่างช้าๆ
ภายในเรือนเต็มไปด้วยภาพแห่งวสันตฤดู
ดวงตาของนางเปิดปรือเพียงครึ่งๆ แววตายั่วยวนหวานฉ่ำนั้นราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้ เมื่อมีเงาร่างร่างหนึ่งบังประตูเอาไว้ ลวี่เฉี่ยวจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างลำบากยากเย็น เมื่อเห็นว่าเป็นหลินชิงเวย สติที่สะลึมสะลือนั้นราวกับหยุดชะงันงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นดูเหมือนจะจำนางได้จึงคลานเข้ามาหานางด้วยความทุกข์ทรมาน
ลวี่เฉี่ยวเอ่ยพร้อมกับร่ำไห้สะอึกสะอื้น “ข้าทรมานเหลือเกิน…”
หลินชิงเวยหลุบตาลงต่ำมองนางอย่างสงบนิ่ง จากนั้นคลี่ยิ้มพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ข้าไม่ชื่นชอบการกระทำเช่นตาต่อตาฟันต่อกัน และไม่ชื่นชอบการระงับเวรด้วยการไม่จองเวร ข้าชื่นชอบการเอาคืนแบบเท่าทวีคูณมากกว่า เพียงแต่ไม่รู้ว่าโอสถวสันต์ที่ข้าปรุงเองกับมือนั้นจะเทียบได้กับโอสถวสันต์ในตลาดมืดเหล่านั้นได้หรือไม่”
ลวี่เฉี่ยวร่ำไห้ราวกับดอกหลี[1]ต้องฝน เดิมทีนางไม่กล้าร้องตะโกนตามอำเภอใจต่อหน้าหลินชิงเวย ทว่าเวลานี้นางทนไม่ไหวจริงๆ
ความปรารถนานั้นยากเกินกว่าที่จะควบคุมเอาไว้ได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการถูกดูหมิ่นดูแคลน ทำให้นางเคียดแค้นชิงชังที่มิอาจเอาศีรษะโขกกำแพงตายให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ด้วยเวลานี้แม้แต่กำลังวังชาที่นางจะชนกำแพงก็หามีไม่
ลวี่เฉี่ยวรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ขณะที่หลินชิงเวยยืนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความทุกข์ทรมานของลวี่เ