าย “เหนียงเหนียงโปรดละเว้นชีวิตด้วยเพคะ! เหนียงโปรดละเว้นเชีวิต! บ่าวไม่ได้เป็นพวกเดียวกับลวี่เฉี่ยว! บ่าวไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ไม่รู้อะไรจริงๆ เพคะ! เพียงแต่ ลวี่เฉี่ยวเพียงแต่รู้ว่าเหนียงเหนียงกลับมาแล้ว นางหวาดกลัวยิ่งนัก วันนี้นางเพิ่งจะขอร้องพ่อบ้านให้โยกย้ายนางไปทำงานในตำหนักของจ้าวกุ้ยเหริน ได้ยินว่าจ้าวกุ้ยเหรินเองก็เห็นด้วยแล้วเพคะ พรุ่งนี้นางก็จะย้ายไปที่นั่น ลวี่เฉี่ยวซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่กล้าออกมา ไม่ว่าเหนียงเหนียงจะพูดอะไร ทำเรื่องใด นางล้วนให้บ่าว นางให้บ่าว…ส่งข่าวให้นางเพคะ”
หลินชิงเวยหรี่ตาลง มองหน้านางแล้วพูดว่า “เจ้าจิตใจดีถึงเพียงนั้น?”
“บ่าว บ่าวเพียงแต่เห็นแก่ที่ทำงานร่วมกับลวี่เฉี่ยวมาเป็นเวลานานเท่านั้นจึง…”
หลินชิงเวยแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เช่นนั้นเหตุใดเวลานี้เจ้าจึงเปิดโปงนางอย่างง่ายดายเล่า?”
“บ่าว…บ่าว…” ปี้หลิงพูดอะไรไม่ออก
“นางให้เงินเจ้า?” หลินชิงเวยถามต่อ
ปี้หลิงหวาดกลัวถึงขีดสุด จึงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เช่นนั้นนางให้เงินกับเจ้า คนตายเพราะทรัพย์สิน นกตายเพราะอาหาร นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก” หลินชิงเวยหยิบถุงเงินออกมาใบหนึ่ง กะเกณฑ์น้ำหนักของมันอยู่ในอุ้งมือ จากนั้นเปิดออกดู ข้างในยังมีทองคำขาวและทองคำที่มีน้ำหนักหลายชิ้น ปลายนิ้วของนางพลิกสิ่งของในถุงเงินนั้น แล้วหยิบเงินออกมาก้อนหนึ่งยื่นส่งให้ปี้หลิง “มา รับไว้”
ปี้หลิงค่อยๆ ช้อนดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาขึ