้น เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของหลินชิงเวย และเงินในมือชิ้นนั้นที่ส่องประกายวาววับ จึงสะอึกสะอื้นทว่าไม่กล้าส่งเสียง ยิ่งไม่กล้ายื่นมือออกไปรับ
หลินชิงเวยพูดว่า “ลวี่เฉี่ยวให้เจ้ามากกว่าที่ข้าให้?”
ปี้หลิงส่ายหน้า
หลินชิงเวยกล่าวพร้อมหรี่ตาลง “เช่นนั้นเจ้ายังตะลึงอะไรอยู่อีกเล่า ยังไม่รีบรับไปอีก”
“ขอบพระทัย เหนียงเหนียงเพคะ…” ปี้หลิงลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งแต่ยังคงยื่นมืออันสั่นเทาออกมารับเงินนั้นไว้
หลินชิงเวยยืดกายขึ้น “พอแล้ว ในเมื่อเวลานี้เจ้ารับเงินของข้าไปแล้วย่อมไม่อาจทำงานให้ลวี่เฉี่ยวได้อีกต่อไป แต่ต้องทำงานให้ข้าแทน” นางหยิบถุงเงินใบเล็กๆ ใบหนึ่งออกมายื่นให้กับปี้หลิงอีกครั้ง “อีกประเดี๋ยว เมื่อเจ้าไปถึงห้องของลวี่เฉี่ยวแล้วพูดคุยกับนาง ใส่ผงยานี้ลงไปในน้ำชาของนาง แล้วจับตาดูกระทั่งนางดื่มลงไป”
“แต่…”
“แต่อะไร?” หลินชิงเวยเลิกคิ้วขึ้น พร้อมด้วยสีหน้าสายตาร้ายกาจเล็กน้อย “หรือเจ้าคิดว่าช่วยทำงานให้ลวี่เฉี่ยวมีอนาคตกว่าช่วยทำงานให้ข้า? ในวังหลวงแห่งนี้อย่างไรก็ต้องมีคนเป็นก้อนหินรองเท้า หากเจ้าไม่อยากเป็นก้อนหินที่รองเท้าผู้อื่น มีเพียงการเหยียบผู้อื่นแล้วปีนป่ายขึ้นไปสู่ที่สูง ลวี่เฉี่ยวมิใช่ทำเช่นนี้หรือ นางเห็นเจ้าเป็นก้อนหินรองเท้าของนาง หาไม่แล้วย่อมไม่มีทางให้เจ้าส่งข่าวให้กับนาง เจ้าวางใจ ยานี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตของนาง เป็นยาชนิดไม่รุนแรง”
ในที่สุดปี้หลิงกัดฟันแน่นหลัง