ุดให้นาง
หลินชิงเวยพลิกกายกลับมาทันที นางบิดตัวแล้วตวัดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าของเซียวเยี่ยน ปฏิกิริยาโต้ตอบของเซียวเยี่ยนรวดเร็วยิ่งนัก เขาจับข้อมือของหลินชิงเวยเอาไว้ ข้อมือเล็กๆ ที่อยู่ในอุ้งมือของเขาราวกับเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่ง ความรู้สึกเรียบลื่นนั้นส่งผลให้แทบไม่อยากจะปล่อยมือ
เซียวเยี่ยนรูปร่างสูงใหญ่กว่าหลินชิงเวยมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือเรี่ยวแรง นางล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียวเยี่ยน ดังนั้นนางจึงเรียกชิงหลันให้เตรียมจู่โจมเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนว่องไวปราดเปรียวนัก ชั่วขณะที่ชิงหลันกำลังจะจู่โจมนั้น เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วถอยออกไป มองหลินชิงเวยด้วยสายตาเยียบเย็น จากนั้นหันกายเดินออกจากห้องไป
ไม่นานนักซินหรูประคองยาที่ต้มเสร็จแล้วกลับมา นางและหลินชิงเวยดื่มคนละถ้วย หลินชิงเวยกล่าว “ไม่ใช่ให้เจ้าไปเรียกหมอหลวงมาหรือไร เหตุใดจึงกลายเป็นเซ่อเจิ้งอ๋อง?”
ซินหรูกะพริบตาปริบๆ “เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องเองที่ต้องการมาเจ้าค่ะ อีกทั้งพี่สาวมิใช่บอกว่า พี่สาวเป็นคนไข้ มิใช่หญิงสาว ไม่ต้องกังวลเรื่องชายหญิงใกล้ชิดกัน ข้ายังหาท่านหมอหลวงไม่พบ เซ่อเจิ้งอ๋องก็ถามข้าว่าเรื่องอะไร ดังนั้นข้าจึงบอกกับเขา เขาจึงมา” ซินหรูพูดแล้วมองหลินชิงเวยอย่างจริงจัง “เซ่อเจิ้งอ๋องทำให้พี่สาวเจ็บแล้วกระมัง ข้าเห็นเขาพันแผลออกมาไม่เลวนี่เจ้าคะ”
คนทั้งสองไม่ได้รั้งอยู่ในสำนักหมอหลวงนานนัก หลังจากออกมาแล้วนางกำนัลท