ถก็ยังไม่อาจบดบังความสว่างเจิดจ้าที่แผ่ออกมาจากร่างของนางได้ เซียวเยี่ยนที่เห็นแล้วจึงมีสีหน้าและแววตาหม่นลง เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าความหมายในรอยยิ้มของนางเปลี่ยนไปแล้ว “ข้ายังเข้าใจว่าอย่างไรเสียเซ่อเจิ้งอ๋องก็ต้องคิดหาวิธีเพื่อปกป้องคุ้มครองข้า แต่เมื่อข้าเห็นเซ่อเจิ้งอ๋องวางตัวราวกับเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องแล้วจึงพบว่าล้วนเป็นข้าเองที่ไร้เดียงสาเกินไป ไม่ว่าเรื่องอะไรอาศัยผู้อื่นก็ไม่สู้พึ่งพาตนเอง”
“ดังนั้น” น้ำเสียงของเซียนเยี่ยนพลันหนักขึ้นเล็กน้อย ช่างเป็นเสียงทุ้มต่ำที่ไพเราะเสนาะหูอย่างยิ่ง เขาคิดว่าคำพูดบางอย่างหากเอ่ยออกมาแล้วแม้กระทั่งตนเองก็ยังเชื่อไม่ลง “เมื่อสักครู่ทุกอย่างที่พูดในห้องโถงนั่นล้วนเป็นเท็จ? ที่จริงแล้วคนถูกเจ้าสังหาร?”
หลินชิงเวยประสานสายตากับเขา ซินหรูมองเซียวเยี่ยนแล้วมองหลินชิงเวย นางอดไม่ได้ที่จะกระตุกแขนเสื้อของหลินชิงเวย
หลินชิงเวยเดินผ่านร่างของเขา กล่าวเนิบๆ ว่า “ข้าเป็นผู้สังหารแล้วอย่างไรเล่า ท่านมีความสามารถก็กลับไปร้องเรียนข้าต่อไทเฮา หรือท่านต้องการลงทัณฑ์ข้าเอง หากข้าไม่ปกป้องตนเองรอกระทั่งเช้าวันนี้ท่านมาอาจจะพบว่าผู้ที่นอนอยู่บนพื้นมิใช่หรงหมัวมัว แต่เป็นข้าและซินหรู” แผ่นหลังของนางเหยียดตรง นางเดินไปพร้อมกับกล่าวกับซินหรูว่า “ซินหรู เจ้าก็เห็นแล้วว่าบุรุษเชื่อถือไม่ได้ ต่อไปเจ้าอย่าได้เชื่อคำพูดของพวกเขา ไม่ว่าเรื่องอะไรล้วนแต่ต้องพึ่งพ