เซียวเยี่ยนเดินนำหลินชิงเวยเข้าไปในตำหนัก นางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่ล้วนหันมาคารวะต่อเขา ทำให้หลินชิงเวยพลอยได้รับการคารวะไปด้วย
ทันทีที่ก้าวผ่านประตูใหญ่ของตำหนักบรรทม กลิ่นโอสถอันเข้มข้นก็พวยพุ่งออกมาภายในตำหนักบรรทมมีหมอหลวงหลายคนกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ในมุมๆ หนึ่ง อาการตัวร้อนไข้ขึ้นของเซียวจิ่นที่ดำเนินมาถึงวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะมีอันตรายถึงชีวิต
เมื่อเห็นเซ่อเจิ้งอ๋องเข้ามา บรรดาหมอหลวงล้วนเต็มไปด้วยความกริ่งเกรง เซียวเยี่ยนถามไถ่พวกเขาเกี่ยวกับอาการประชวรของเซียวจิ่น หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองเห็นบนแท่นบรรทมมังกรมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่ที่นั่น แม้เขาจะมีอายุสิบสามปีแล้ว แต่ด้วยร่างกายได้รับความทุกข์ทนจากการเจ็บป่วยทำให้เขาดูแล้วผ่ายผอมและเปราะบางอย่างยิ่งมีสภาพเช่นเดียวกับซินหรูเมื่อแรกที่นางได้พบ
ริมฝีปากทั้งคู่ของเซียวจิ่นปิดสนิท มีอาการตัวร้อนแต่สีหน้ากลับขาวซีด ไม่เห็นเลือดฝาดแม้แต่น้อย หลินชิงเวยเดินไปถึงข้างเตียงของเขา นางไม่รู้กฎเกณฑ์และธรรมเนียมประเพณีภายในวังหลวงมากมายนัก นางนั่งลงริมเตียงของเซียวจิ่น ยื่นมือออกไปลูบหน้าผากของเซียวจิ่น
บรรดาหมอหลวงเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นจึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “นางเป็น…”
เซียวเยี่ยนเบี่ยงกายมองไปเห็นหลินชิงเวยกำลังใช้แขนค้ำข้างเตียงของเซียวจิ่น ร่างของนางเอียงกายอยู่บนร่างของเซียวจิ่น มองเห็นบ่า