บอบบางและเส้นผมสองส่วนของนางขับให้ใบหน้าเรียวเล็กของนางงดงามเด่นชัด นางกำลังเปิดเปลือกตาของเซียวจิ่นเพื่อพลิกดูสีนัยน์ตาของเขา แล้วเปิดปากของเขาเพื่อดูลิ้น จากนั้นป้อนยาเม็ดหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่าเป็นยาที่มีสรรพคุณอย่างไรเข้าปากเซียวจิ่น
เซียวเยี่ยนไม่ได้ห้ามปราม
หลินชิงเวยถามหมอหลวง “พวกท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดเขาจึงตัวร้อนไม่ลด?”
หมอหลวงต่างมองหน้ากันไปมา มีคนหนึ่งก้าวออกมากล่าวว่า “ร่างกายของฝ่าบาทอ่อนแอมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดังนั้นนี่…”
หลินชิงเวยมีท่าทีคล้ายเลิกคิ้ว กล่าวต่อว่า “ดังนั้นพวกท่านจึงคิดว่าอาการตัวร้อนของเขาเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด?” ไม่รอให้หมอหลวงตอบ นางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงใสดังกังวาน “หมอหลวงในวังหลวงแห่งนี้ควรจะเป็นท่านหมอที่ดีที่สุดในแผ่นดิน คิดไม่ถึงว่าจะเป็นการเลี้ยงสิ่งของไร้ประโยชน์เอาไว้ฝูงหนึ่ง”
บรรดาหมอหลวงหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ จนปัญญาที่เซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ที่นี่ด้วยจึงมิกล้าบันดาลโทสะ “พวกกระหม่อมทุ่มเทแรงกายแรงใจมาโดยตลอด หลายปีมานี้ไม่เคยละเลย พระวรกายของฝ่าบาทอ่อนแอ เป็นเรื่องที่ท่านหมอทั้งใต้หล้าไม่อาจรักษาสาเหตุแห่งต้นตอของโรคได้ ขอเซ่อเจิ้งอ๋องโปรดตรวจสอบด้วยพะยะค่ะ!”
แม้น้ำเสียงของหลินชิงเวยจะดูเป็นเด็กและอ่อนโยน ทว่าคำพูดที่นางเอ่ยออกมานั้นไม่เป็นเช่นภาพลักษณ์ภายนอกของนางที่ดูไร้พิษสง นางหัวเราะและกล่าวว่า “ท่านหมอรักษาอาการเจ็บป่วยขอ