งคนไข้ไม่ได้ ซ้ำยังมีหน้ามากล่าวโทษว่าอาการเจ็บป่วยของคนไข้หนักหนาสาหัสยากเกินกว่าที่จะรักษาได้อีก”
เดิมทีนางคาดการณ์เอาไว้ว่าฮ่องเต้น้อยองค์นี้อย่างมากก็มีอาการปวดท้อง แต่เวลานี้กลับกลายเป็นตัวร้อนไข้ขึ้นสูงไม่ลด หลินเชิงเวยจับชีพจรของเขาแล้วจึงทราบว่าร่างกายของเขาอ่อนแอถึงขีดสุด ภายในร่างกายกลับมีพลังที่ยากแก่การตรวจพบได้กำลังผลักดันกันอยู่ เวลานี้ดียิ่งนัก โอสถสองขนานกำลังต่อสู้กันอยู่ภายในร่างกาย ร่างกายของเขาทนรับไม่ไหวจึงมีสภาพเป็นอย่างที่เห็นในเวลานี้
หลินชิงเวยยกมือขึ้น ท่าทางอันเชี่ยวชาญและคุ้นเคยนั้นสวนทางกับอายุของนาง ท่าทางที่นางยื่นมือออกมาทางนี้ราวกับเป็นความเคยชิน เมื่อก่อนขอเพียงนางยื่นมือออกไปจะมีผู้ช่วยหมอยื่นมีดผ่าตัดส่งถึงมือของนาง แต่เวลานี้ผ่านไปอึดใจหนึ่งแล้วกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
หลินชิงเวยอดไม่ได้ที่จะหันมามอง คิ้วทั้งคู่โค้งลงกลายเป็นเลขแปด กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “ตะลึงอะไรกันอยู่ หยิบเข็มเงิน”
หมอหลวงต่างงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก แม่นางน้อยที่อยู่เบื้องหน้านางนี้เป็นใครกันแน่ ทันทีที่เข้ามาก็แสดงอำนาจบาตรใหญ่ไม่ว่าซ้ำยังกล้าที่จะเรียกใช้พวกเขา หมอหลวงเหล่านี้เมื่ออยู่ในวังหลวงล้วนมีตำแหน่งขุนนางตามลำดับขั้น ไหนเลยจะทนรับได้กับการถูกแม่นางน้อยปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งมาเรียกใช้ตน
ดวงตาหงส์ของเซียวเยี่ยนไม่ปรากฏอารมณ์และความรู้สึกอะไร นัยน์ตาดำ