เซียวเยี่ยนเดินกลับมาด้วยใบหน้าเย็นชาอีกครั้ง หลินชิงเวยกำลังนั่งอยู่ในศาลาก้มหน้าบีบนวดขาที่เมื่อยล้าทั้งคู่ของตนเอง เมื่อหันมาเผชิญหน้ากับใบหน้าเย็นชาของเซียวเยี่ยน หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นอย่างน่าสงสารว่า “คิดไม่ถึงว่าวังหลวงจะกว้างใหญ่เช่นนี้ เดินมาเนิ่นนานแล้วยังไม่ถึงไหน ข้าเดินเหนื่อยแล้ว ท่านอ๋องคงไม่ถือสาที่ข้าขอพักที่นี่สักครู่กระมัง”
เซียวเยี่ยนเอ่ยออกมาสองคำ “ถือสา”
หลินชิงเวยกล่าว “ถือสาก็ต้องทน”
เซียวเยี่ยนยืนอยู่เบื้องหน้านาง “นี่เจ้าเจตนาจะเป็นปฏิปักษ์กับเปิ่นหวางใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยหรี่ตาเอ่ยว่า “นี่ท่านอ๋องพูดอะไรกัน…”
ยังไม่ได้พูดจบประโยค หลินชิงเวยพลันรู้สึกร่างกายของตนเอนเอียงแล้วลอยวูบ นางพบว่าเซียวเยี่ยนหิ้วร่างนางขึ้นมาราวกับนางเป็นนกตัวเล็กๆ อย่างไรอย่างนั้น
หลินชิงเวยดิ้นรนต่อสู้ เซียวเยี่ยนจึงยิ่งชูมือขึ้นสูง ไม่มีความคิดที่จะปล่อยนางลงมาแม้สักกระผีก
นี่คิดว่านางเป็นลูกนกหรือไร คิดจะหิ้วก็หิ้วขึ้นมา? แม้นางจะมีรูปร่างเล็กบอบบาง แต่การมีรูปร่างเล็กมิใช่ความผิดของนาง ความเคารพนับถือตนเองของนางนั้นทั้งอ้วนและหนักแน่น ไหนเลยจะทานทนได้เมื่อเซียวเยี่ยนปฏิบัติกับนางเช่นนี้
“ท่านปล่อยข้านะ” หลินชิงเวยถีบขาทั้งคู่ ตวัดเล็บมือที่กางออกมา ทว่ากลับมิอาจแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อผ้าของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนเห็นท่าทีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือตะกุยตะกายของนางเช่นนี้แล้ว ความไม่ได