เป็นประกายระยิบระยับ ทว่าหลินชิงเวยไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมสิ่งเหล่านี้
นางต่อสู้ดิ้นรนรุนแรงขึ้น ทั้งมือทั้งเท้าของนางล้วนปรารถนาที่จะจับตัวเซียวเยี่ยน
ที่จริงหากจะพูดว่าดิ้นรนต่อสู้ ไม่สู้พูดว่าพยายามอย่างยิ่งที่จะคว้าฟางเส้นสุดท้ายเพื่อให้มีชีวิตรอดจะถูกต้องกว่า
นางกลัวว่าจะตกลงไปจริง สูงเช่นนี้ แค่มองขาก็พลันอ่อนยวบ
หลินชิงเวยหายใจรัวเร็ว ใบหน้าแดงเรื่อด้วยเลือดฝาดก่อนหน้านี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขาวเผือด เมื่อเห็นว่าตนจับตัวเซียวเยี่ยนไม่ได้ จึงด่าทอออกไปประโยคหนึ่ง “ให้ตายสิ ตาเฒ่า”
เซียวเยี่ยนฟังออกว่ามิใช่คำที่มีความหมายดีอันใด คิ้วนั้นมุ่นลงเล็กน้อย แล้วค่อยๆ คลายมือออก
จากนั้นหลินชิงเวยก็ได้รับอิสระโดยการดิ่งลงสู่เบื้องล่างอย่างไร้การยื้อยุดใดๆ
หัวใจของนางหนาวยะเยือก ต่อให้นางรู้ว่าเซียวเยี่ยนไม่มีทางมิคำนึงถึงอาการประชวรของฮ่องเต้ด้วยการปล่อยนางออกมาจากตำหนักเย็น แล้วปล่อยให้นางมาตกลงไปตายเช่นนี้ แต่…ความรู้สึกที่ต้องตกลงไปนั้นช่างไม่น่าอภิรมย์จริงๆ
เมื่อเห็นว่ากำลังจะตกลงสู่พื้น ทันใดนั้นเบื้องหน้าคลองจักษุก็ปรากฏเงาร่างดำมืดพาดผ่าน ร่างของนางที่กำลังดำดิ่งลงนั้นพลันหยุดชะงัก เซียวเยี่ยนกลับมาหิ้วปีกนางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แล้วเหินกายกลางอากาศต่อไป เล่นกับนางราวกับนางเป็นลูกนก