เซียวเยี่ยนกล่าวว่า “เปิ่นหวางคิดไม่ถึงว่าบุตรีคนโตของจวนมหาเสนาบดี กลับมีความสามารถเช่นแม่มดปีศาจเช่นนี้ เลี้ยงงูไว้ในเรือนเป็นโขยง กลิ่นหอมที่กำจายอยู่ในอากาศ หากเปิ่นหวางบอกว่าเจ้าใช้วิชามารทำร้ายเจ้านาย วางแผนลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ไม่ใช่เจ้าเพียงคนเดียวที่ต้องตาย สกุลหลินของเจ้าก็ต้องตายตามเจ้าไปด้วย”
หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นอย่างเห็นขัน “ชู่ว ใช้ไม้แข็งกับข้า” นางยักไหล่ด้วยสีหน้าไม่แยแส “อยากจะจัดการกับสกุลหลินอย่างไร เชิญท่านอ๋องลงมือได้ตามสบาย อย่างไรก็ไม่มีความเกี่ยวพันอะไรกับข้า ยังมีอีก ท่านอ๋องกล่าวว่าเรือนหลังนี้มีงูเป็นโขยง เชิญท่านอ๋องลองหาดู งูสักครึ่งตัวก็ไม่มี ท่านอ๋องกล่าวว่ามีกลิ่นหอมผิดธรรมดาในอากาศ นี่ หากกลิ่นหอมของสมุนไพรก็ถูกนับเป็นกลิ่นหอมผิดธรรมดาไปด้วย เช่นนั้นภายในตำหนักในมีสวนสมุนไพรแปลงใหญ่อยู่ผืนหนึ่งเล่า ท่านจะไปจัดการหรือไม่”
เมื่อนางเอ่ยถึงสวนสมุนไพรในตำหนักเย็นนั้น นางจับจ้องสีหน้าของเซียวเยี่ยน เห็นแววตาของเขาเปลี่ยนไป ดูท่าแล้วเขารู้ดีว่าเจ้านายที่อาศัยอยู่ในตำหนักในนั้นเป็นเทพเซียนองค์ใด
เห็นเซียวเยี่ยนไม่เอ่ยวาจาใด หลินชิงเวยจึงกล่าวเสริมอีกว่า “อาการปวดท้องจนแทบจะทนไม่ได้ อีกทั้งยังมีอาการตัวร้อนไม่ลด ความร้อนนี้จะทำลายส่วนสมอง ถึงเวลานั้นฮ่องเต้มิเพียงแต่ร่างกายพิการ แต่สมองยังได้รับความเสียหายไปด้วย หากท่านอ๋องต้องการมาไต่สวนหาความผิดแล้วละก็ เชิ