ทว่าสัญญาณที่ดังขึ้นในครั้งนี้กลับแตกต่างจากสัญญาณที่เซียวเยี่ยนสั่งการออกไป ทันทีที่สิ้นเสียงผิวปาก ภายในเรือนพลันบังเกิดเสียงเคลื่อนไหวสวบสาบ ต่อมาฝูงงูพากันเลื้อยออกมาจากเงามืด การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วและว่องไวยิ่ง นกพิราบเหล่านั้นยังไม่ทันได้รู้ตัวเพราะมัวแต่มองไปรอบๆ ลานเรือนอย่างสนอกสนใจจึงถูกโจมตีอย่างกะทันหัน พิราบสื่อสารได้รับความตื่นตระหนก จึงพากันกระพือปีกเพื่อที่จะขึ้นบิน แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่งูได้ทำการจู่โจมแล้วเช่นกัน ผู้ที่ได้เปรียบคือผู้ที่ลงมือก่อน งูเหล่านั้นใช้หางของมันรัดพิราบสื่อสารไว้ได้ด้วยการจู่โจมเพียงครั้งเดียว
พิราบสื่อสารที่เหลือเพียงหกตัวภายในลานเรือนนั้นต่างดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด พวกมันพยายามกระพือปีกสุดชีวิต ทว่าสุดท้ายยังคงหนีไม่พ้นปากงูไปได้ งูฝูงหนึ่งกลืนกินพิราบสื่อสารไม่เหลือแม้แต่กระดูก ทิ้งไว้เพียงขนพิราบสีขาวและรอยหยดเลือดบนพื้น
องครักษ์เห็นทุกอย่างกับตา เขาอ้าปากทว่ากลับไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้
กระทั่งพิราบสื่อสารหกตัวสุดท้ายก็ไม่เหลือ เดิมทีนั้นมาเพื่อทวงหนี้ ทว่ายามนี้กลับดียิ่งนักช่างเป็นการสูญเสียซ้ำสองในครั้งเดียว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินชิงเวยเขากลับไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าตนเองได้แสดงท่าทีอวดเบ่งข่มอีกฝ่ายอยู่ก่อน
นี่เป็นสตรีนางหนึ่งซึ่งมิอาจปรามาสได้เลยทีเดียว สตรีที่อยู่ในวัยเดียวกับนางในเมืองหลวงแห่งนี้ ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องพบเห็นงู แค