่เพียงเห็นโลหิตเพียงหยดเดียวเกรงว่าจะถึงกับหมดสติไปครึ่งวันก็เป็นได้
เซียวเยี่ยนหรี่ดวงตาหงส์อันเรียวยาวจับจ้องไปยังหลินชิงเวย หลินชิงเวยได้แต่ยักไหล่กล่าวว่า “ข้ายังคงยืนยันประโยคนั้น คิดจะให้ข้าชดใช้ ท่านอ๋องจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่านกพิราบเหล่านี้เป็นของท่านอ๋อง”
“เปิ่นหวางประเมินเจ้าต่ำไปแล้ว” เซียวเยี่ยนกล่าว “เจ้าอยากออกจากตำหนักเย็น?”
หลินชิงเวย “มีใครบ้างเล่าคิดจะอยู่ในสถานที่เช่นนี้ไปจนชั่วชีวิต”
นาทีถัดมาเซียวเยี่ยนสะบัดชายแขนเสื้อแล้วหันกายกลับเดินจากไป พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “เช่นนั้นเจ้าจงรออยู่ที่นี่เถิด บางทีเปิ่นหวางอาจจะพิจารณาปล่อยเจ้าออกไปชาติหน้า”
หลินชิงเวยมองเงาร่างด้านหลังของเซียวเยี่ยนที่ก้าวยาวๆ เดินอาดๆ จากไป นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วผิวปากเบาๆ ไปทางเขาครั้งหนึ่ง “ท่านจะต้องกลับมาหาข้า”
ฝีเท้าของเซียวเยี่ยนไม่ได้หยุดชะงัก ความโกรธเคืองในใจที่มิอาจบรรยายนั้นพวยพุ่งราวกับเปลวไฟกองใหญ่ที่มีแต่จะกระพือโหมเพิ่มขึ้น ทว่าเขายังคงไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้าเพื่อหันกลับไปตอบนางแม้สักคำ
มองส่งเซียวเยี่ยนจากไปแล้วหลินชิงเวยจึงหันกายเดินกลับเข้าไปในเรือน ทันทีที่เข้าไปในเรือนก็เห็นซินหรูฟุบร่างอยู่บนขอบหน้าต่าง สายตาที่มองมายังนาง ทำให้นางต้องลูบใบหน้าเรียวเล็กนั้น เซ่อเจิ้งอ๋องต้องพ่ายแพ้กลับไปอย่างหมดรูปล้วนเป็นสิ่งที่นางคาดการณ์เอาไว้ แต่เด็กหญิงคนนี้ล้วนทำอะไรไม่ได้ น