ยืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้นั้น ปลายนิ้วเย็นๆ แตะลงบริเวณด้านข้างริมฝีปากของเขา พร้อมกล่าวว่า “อ้าปาก กินยานี้เสีย”
เขามองนางแล้วยังคงอ้าปากอมยาเม็ดนั้นแล้วกลืนลงคอไป
หลินชิงเวยถามเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “ดึกดื่นเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงมาที่นี่?” ไม่รอให้ชายหนุ่มตอบนางก็หัวเราะออกมา “ท่านคิดถึงข้าหรือ? ชายโสดหญิงม่าย อยู่ร่วมห้องในยามวิกาล ต้องการเพียงกำแพงสี่ด้านและเตียงหนึ่งหลังก็เพียงพอแล้ว ท่านต้องการหรือไม่?”
ท่าทางของบุรุษผู้นั้นดูแคลนอย่างที่สุด ทว่าเขายังคงเดินเข้ามาใกล้หลินชิงเวยอีกก้าวหนึ่ง พลังที่แผ่กำจายออกมาจากร่างของเขานั้นเยียบเย็นยิ่งยวด เขาไม่ได้รู้สึกพิศวาสในตัวของนาง แต่มิได้หมายความว่าความเจ็บปวดที่นางเป็นผู้ก่อให้เกิดเมื่อสักครู่นั้นจะให้แล้วกันไปเช่นนี้ได้
ความกดดันและบีบคั้นในบรรยากาศที่เขาส่งผ่านมานั้น ทำให้หลินชิงเวยยักไหล่ของตนแล้วหันกายกลับไปพร้อมกับกล่าวว่า “ครั้งที่แล้วทุกอย่างรีบร้อนเกินไป ยังไม่ทันได้เห็นหน้าตาท่าทางของท่านให้ชัดเจน ท่านรอสักประเดี๋ยว ข้าจะจุดตะเกียงให้ข้าได้มองท่านให้ดีสักหน่อยเถิด”
พูดแล้วก่อนหน้าที่เขาจะเอื้อมมือมาคว้าตัวนาง นางกลับหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว จากนั้นจุดไฟจากกลักไม้ขีดไฟในมือให้สว่างวาบขึ้น นางประคองเทียนไขที่สว่างแล้วบนเชิงเทียนหันกลับมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อนางเบิกตากว้างมองไปอีกครั้งนั้น ภายในห้องนอกจากตัวนางเอ