ฉางกวงเห็นซ่งหยวนกับเฉินเฟยเพียงเเวบหนึ่งเเต่ก็ไม่ได้เข้าไปทักทายกัน ด้วยห้องนี้ตอนนี้ค่อนข้างแออัด เเล้วทั้ง 2 ฝ่ายก็อยู่ห่างกันไม่น้อย การเดินเข้าหากันจึงทำได้ยาก
“ไหน ข้าไม่เห็นศิษย์หญิงอย่างที่ตาเฒ่านั่นเอ่ยเลย โดนจนได้ ไม่ใช่ละข้าจะคิดเยี่ยงนี้ได้ยังไงกัน ข้าผู้เเซ่ฉางนั้นไม่หมกมุ่นกับเรื่องเเบบนี้หรอก ต้องเป็นอิทธิพลของเจ้าตาเฒ่านั่นเเน่” ระหว่างที่ฉางกวงกำลังทำงานที่ได้รับมาอย่างเพลิน ๆ ความคิดนี้ก็ลอยเข้าหัวของเขา
เขารีบสะบัดความคิดนี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว คิดว่าตนเองนั้นได้ยินเรื่องน่าสนใจเข้าเเล้ว
“เจ้าได้ยินข่าวลือรึเปล่าว่าช่วงนี้สมาคมค่ายกลใช้งบประมาณมากกว่าปกติ”
“ข้าว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับข่าวลืออีกข่าวหนึ่ง ที่ว่าสมาคมค่ายกลวางเเผนจะสร้างค่ายกลยักษ์ใหญ่อยู่”
“พวกเจ้าคิดว่าตนเองนั้นเป็นใคร มาเอ่ยวาจาเช่นนี้ได้ ระวังหัวบนบ่าเจ้าไว้ให้ดี”
“เจ้านี่ก็นะ ไม่กลัวภัยมาจากปากตนรึไร”
“เอาล่ะ พวกเจ้าทำงานต่อไปได้เเล้ว อย่ามัวเเต่อู้” ศิษย์สายในที่คอยคุมอยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“ขอรับ” ศิษย์ที่จับกลุ่มคุยกันเมื่อครู่พลันสลายกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว เเต่ละคนรีบไปทำงานของตนเองอย่างเเข็งขัน