งจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ เเต่ร่างกายสู้ไม่ไหวเเล้ว จึงฟังบรรยายต่ออย่างจนใจ ไร้คำพูด กัดฟันกรอด
พอบรรยายจบนั้นเอง
“เออ ท่านเเขกอาวุ…”
“เรียกข้าว่าอาจารย์”
“เออท่านอาจารย์ ข้าน้อยมีเรื่องสงสัยอย่างหนึ่งอยากให้ท่านชี้เเนะให้กระจ่าง”ฉางกวงที่นอนหมดสภาพบนพื้นจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนด้วยเเววตาสงสัย
“มีเรื่องอันใดก็เอ่ยมาได้ ข้าให้ทำปรึกษาได้ทุกอย่าง ถ้าถามเรื่องชายหญิงข้าผู้อาวุโสก็ชี้เเนะเจ้าได้เช่นกัน”
เเขกอาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงย่ามใจ สีหน้าเปี่ยมสุข
“อาจารย์เห็นข้าเป็นคนเยี่ยงนี้รึ” ฉางกวงตะโกนตอบอย่างอดไม่ได้ บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย
“จุ๊ๆ ข้าได้ยินว่าเจ้าเนื้อหอมไม่เบาเลยนะ” เเขกวัยกลางคนที่เรียกตัวเองว่าอาจารย์ น้ำเสียงขบขัน เเววตาวิบวับ
ได้ยินดังนั้น ฉางกวงสีหน้าเหยเกนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ พอได้สติไม่ตอบเเต่ถามออกไปเเทน
“ท่านอาจารย์รู้ได้เยี่ยงไรว่าข้าฝึกวิชาเหมันต์” ฉางกวงจ้องไปยังอาจารย์ของตน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
“ข้าจะไปรู้เรื่องของเจ้าได้เยี่ยงไร” เเขกกิตติมศักดิ์ไม่รู้ว่าไปเอาเก้าอี้ กับนิตยสารมาได้เช่นไรเเถมในมืออีกข้างยังมีเเก้วน้ำใสที่มีเหล้าหมักเต็มเเก้ว ดื่มพลางอ่านนิตยสารไปพลาง เอ่ยด้วยน้ำ