ยังนะ ?”
ผลปรากฏว่าเกิดเสียงเบาๆ ดังขึ้นที่ด้านนอก
หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าเสียงนั้นคุ้นหูยิ่งนัก จากนั้นประตูห้องจึงถูกเปิดออก
นางหรี่ตาลง หลินเมิ้งหยามองผ่านม่านบนเตียงออกไป ดูเหมือนเขาจะเป็นเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยมนี้
หลินเมิ้งหยาจึงเข้าใจบางอย่างขึ้นมาในทันที
คิดไม่ถึงเลยว่าพวกนางจะอยู่ในโรงเตี๊ยมของโจร
แค่นหัวเราะเสียงเย็นในใจ ทว่าหลินเมิ้งหยายังคงแสดงละครต่อไป
พวกโจรกระจอกเหล่านี้ไม่มีทางหลอกสายตาหลงเทียนอวี้ได้ แต่การที่เขายังไม่เคลื่อนไหว นั่นหมายความว่าเขากำลังวางแผนอื่น
เสี่ยวเอ้อถือโคมไฟสาดส่องภายในห้อง
บางทีอาจเพราะคิดว่านางหมดสติไปแล้ว หรือบางทีอาจเพราะหลินเมิ้งหยาแสดงละครได้อย่างแนบเนียน ดังนั้นเสี่ยวเอ้อจึงมีความกล้าค่อนข้างมาก
เดินเข้ามาในห้องอย่างเปิดเผย ราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่าง
แม้พวกเขาจะเป็นเพียงโจรกระจอก แต่เมื่ออยู่รวมกันหลายคน ดังนั้นจึงอาจถูกจับได้
มองท่าทางของเสี่ยวเอ้อ หลินเมิ้งหยาพยายามหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอกันเพื่อแสร้งหลับต่อไป
ผ้าม่านถูกเลิกขึ้น เสี่ยวเอ้อคนนั้นจงใจสาดแสงจากโคมไฟลงบนเรือนร่างของหลินเมิ้งหยา
ใบหน้างดงามเพริศพริ้ง ผิวพรรณนวลเนียนนุ่มนิ่ม ห