ได้”
จงใจแสดงความใจกว้าง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสมจริงจนอีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาจริงจังหรือล้อเล่นกันแน่
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองเขาก่อนจะร้อง ฮึ เบาๆ ทั้งที่จริงแล้วนางไม่ได้รู้สึกขุ่นเคือง
น้อยครั้งนักที่เขาจะหยอกล้อนางเช่นนี้ บรรยากาศในห้องจึงอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
หลินเมิ้งหยาลอบมองหลงเทียนอวี้ก่อนจะถอนหายใจ
นางรู้จักหลงเทียนอวี้ดี ดังนั้นนางย่อมรู้ว่าเขามักเก็บซ่อนปัญหาเอาไว้ในใจเสมอ
แต่หากเขายังทำเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วร่างกายคงรับไม่ไหว
นางไม่อาจช่วยแบ่งเบาภาระจากเขาได้ แต่อย่างน้อยก็ควรช่วยทำให้เขาผ่อนคลาย
“เจ้าอย่ากังวลไปเลย ข้าไม่เป็นไร วันนี้ไท่จื่อเองก็อยู่ในท้องพระโรง เขาคัดค้านการไปหยุนโจวของข้า ข้ากับเขาจึงถกเถียงกันสองสามคำ ไท่จื่ออ้างว่าข้าไม่เคารพเขา ดังนั้นจึงพยายามจับผิดและบอกให้ข้าขอโทษ แม้เสด็จพ่อจะมีใจอยากช่วย แต่ข้าเองก็ร้อนใจเกินไปจึงยอมเอ่ยแต่โดยดี ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงคำขอโทษเท่านั้น ข้ามิได้ใส่ใจอยู่แล้ว”
จนกระทั่งตอนนี้หลงเทียนอวี้ยังคงเล่าด้วยท่าทางสงบนิ่ง
แต่หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าเขาเป็นคนรักศักดิ์ศรีมากเพียงใด แล้วยิ่งสั่งให้เขาขอโทษต่อหน้าผู้คนมากมาย เช่นนั้น