าเดิมแล้ว”
สายตาของหลงเทียนอวี้เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ
ราวกับกังวลเรื่องของหลงอิงฮวาไม่น้อย
ครั้นหลินเมิ้งหยาอยู่ในวังหลวง นางสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เหตุเพราะตามธรรมเนียมแล้ว น้อยนักที่องค์ชายซึ่งยังไม่เติบใหญ่จะถูกเลี้ยงที่อื่น
ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่มีท่าทีประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย ฮ่องเต้เองก็มิได้คัดค้าน เกรงว่าพวกเขาคงปรึกษากันมาอย่างดีแล้ว
อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็หลุบตาต่ำ แววตาลังเลอยู่หลายส่วน
“ในเมื่อหม่อมฉันรับปากพระสนมเสียนเฟยเอาไว้แล้ว เช่นนั้นหม่อมฉันย่อมต้องทำให้ได้ พระองค์อย่ากังวลไปเลย แม้จวนของพวกเราจะไม่อาจเทียบกับวังหลวงได้ แต่องค์ชายสิบจะต้องเติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัยแน่นอนเพคะ”
ไม่รู้ว่าวังหลวงเก็บงำความลับอันใดอยู่บ้าง แม้แต่บิดาผู้ให้กำเนิดหรือสามีภรรยาก็ไม่อาจเอ่ยสิ่งเหล่านั้นออกมาได้
เรื่องบางเรื่องนางไม่อาจเอ่ยถามได้ เรื่องที่ควรรู้ สักวันก็จะได้รู้ ส่วนเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ นางเชื่อว่าหลงเทียนอวี้ปกปิดเอาไว้เพื่อนางทั้งสิ้น
“พระสนมเสียนเฟยนาง…ข้าเองก็ควรทำเช่นนั้น”
หลงเทียนอวี้อ้ำอึ้ง หลินเมิ้งหยาเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
อยู่ๆ ป๋ายจื่อก็วิ่งเข้ามา ดวงตาเปล่งประกายไปด