ยากรู้ว่าโรคระบาดในคราวนี้เป็นฝีมือของมนุษย์กระนั้นหรือ ?”
หลินเมิ้งหยาเงยหน้าขึ้นสบตาฮ่องเต้
มองสายตาราวกับเดาเรื่องนี้เอาไว้อยู่ก่อนหน้าแล้วของอีกฝ่าย หลินเมิ้งหยาจึงเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง
“หม่อมฉันมีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจ แต่เพราะยังไร้หลักฐาน ดังนั้นจึงทำได้เพียงสงสัยเท่านั้น ในประวัติศาสตร์ล้วนมีบันทึกเกี่ยวข้องกับโรคระบาดทั้งหมด แต่โรคระบาดในคราวนี้มีความแตกต่าง ดังนั้นหม่อมฉันจึงมิอาจปักใจเลยเสียทีเดียว”
เมื่อได้ยินหลินเมิ้งหยาพูดเช่นนี้ ฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นย่อมมองความคิดอ่านของนางออก
ทว่าแม้แต่บุรุษเจอเข้ากับโรคระบาดก็มิต่างอันใดจากยามที่เผชิญหน้ากับพยัคฆ์
แต่นางเป็นเพียงสตรีร่างบาง หากปล่อยนางไป เช่นนั้นจะมิเท่ากับส่งนางไปตายหรือ ?
เบนสายตาไปทางหลงเทียนอวี้ แต่กลับต้องประหลาดใจเมื่อได้เห็นสายตาอ่อนโยนของบุตรชาย
เฮ้อ เหตุใดบุรุษสกุลหลงเช่นพวกเขาจึงมิอาจตัดคำว่ารักทิ้งไปได้กัน ?
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากเจิ้นส่งเจ้าไปยังหยุนโจว เช่นนั้นเจ้าจะสามารถหาความจริงออกมาได้หรือไม่ ? หยุนโจวเป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษ ดังนั้นเจ้าย่อมรู้ว่าการไปในคราวนี้จะมีข้อดีข้อเสียเช่นไร”
น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเข้มงวด
หลินเม