ิ้งหยาลุกขึ้นแล้วหมอบลงกับพื้น
“ทูลเสด็จพ่อ แม้หม่อมฉันจะเป็นเด็กไม่รู้ความและมีความรู้เพียงการถอนพิษ แต่อ๋องอวี้จะต้องคิดเอาไว้อย่างรอบคอบแน่นอนเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่ไปช่วยอีกแรงเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮ่องเต้จึงวางพระทัย
แต่ไหนแต่ไรมาสตรีไม่ได้รับอนุญาตให้ข้องเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมือง เขาจึงกลัวว่าบุตรชายจะได้แต่งงานกับหญิงทะเยอทะยาน
หากเป็นเช่นนั้น เกรงว่าเรื่องในวังหลังคงไม่มีวันสงบสุข ยิ่งไปกว่านั้นสกุลหลินยังกุมอำนาจทางทหารเอาไว้ หากหลินเมิ้งหยามีใจมักใหญ่ใฝ่สูง เกรงว่าอาณาจักรต้าจิ้นจะต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงต้องหยั่งเชิงหลินเมิ้งหยาสองสามคำ
“ดี ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้เจิ้นเองก็วางใจ แต่ก่อนที่พวกเจ้าจะไป เจิ้นมีเรื่องสำคัญบางอย่างอยากมอบหมายให้พวกเจ้าไปทำ”
ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ ? หลินเมิ้งหยาหันไปมองหลงเทียนอวี้ด้วยความสงสัย ทว่าอีกฝ่ายกลับมีสีหน้ามิต่างกัน คาดว่าเขาเองก็คงยังไม่รู้
“เชิญเสด็จพ่อรับสั่งเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้มองพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาเคร่งขรึม จากนั้นจึงหยิบตราหยกชิ้นหนึ่งออกจากวงแขน
ตราหยกขนาดพอดีมือสีขาวเปล่งประกาย เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นหยกน้ำดี
วางตร