ชิ้นนี้เคยใช้บัญชาการทหารทั้งใต้หล้าและก่อตั้งการปกครอง ดังนั้นฮ่องเต้ในประวัติศาสตร์จึงถือว่ามันเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งความเชื่อมั่น ดังนั้นจึงไม่เคยนำออกห่างจากพระวรกาย แต่ก่อนที่เจิ้นจะหลับใหลไม่ได้สติ เจิ้นเคยลองไขความลับของตราหยกชิ้นนี้ ทว่าวันนี้เกิดหายนะขึ้นในหยุนโจวแล้ว ไม่รู้ว่านี่เป็นการเตือนเจิ้นหรือไม่ แม้เจิ้นจะมิยอมจำนน แต่ราษฎรเป็นผู้บริสุทธิ์ บัดนี้ตราหยกชิ้นนี้กลายเป็นข้อพิพาทของทุกคน พวกเจ้าทั้งสองเป็นคนที่เจิ้นไว้ใจ เจิ้นหวังว่าพวกเจ้าจะเป็นผู้ดูแลมัน ขอให้ความลับของสกุลหลงจบลงที่เจิ้นเถิด”
น้ำเสียงทรงพลังอันปนไว้ซึ่งความจำนน ความผิดหวัง แต่กลับไร้ซึ่งความเสียใจในการกระทำ
หลินเมิ้งหยามองสีหน้าสงบนิ่งของฮ่องเต้ นางเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดท่านพ่อและเหล่าขุนนางทั้งหลายจึงจงรักภักดีต่อพระองค์
ทุกคนล้วนมีความทะเยอทะยานและความเห็นแก่ตัว
ยิ่งคนที่เป็นประมุขของแคว้นยิ่งมีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่
แต่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นแก่ราษฎรและยอมละทิ้งความทะเยอทะยานของตนเอง ฮ่องเต้เช่นนี้จะไม่ได้รับความเคารพเลื่อมใส่จากราษฎรได้อย่างไร
“พ่ะย่ะค่ะ เอ๋อร์เฉินน้อมรับพระบัญชา”
หลงเทียนอวี้คุกเข่าถวายคำนับ มือทั