้งสองยื่นเข้าไปรับตราหยกเอาไว้
ฮ่องเต้มองบุตรชายของตนเอง แววตาเผยความยินดี
“เอาล่ะ พวกเจ้าพักผ่อนที่เมืองหลวงสักสองสามวันแล้วค่อยออกเดินทางเถิด เรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงวันนี้เจ้าทำถูกแล้ว เจิ้นเข้าใจเจ้าดี เจิ้นจะตามหาเบาะแสของหมู่เฟยเจ้าให้จงได้ เจ้าวางใจเถิด”
เมื่อได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ หัวคิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน
ความสงสัยเกิดขึ้นในใจไม่น้อย
ตกลงเกิดเรื่องอะไรในการว่าราชกิจเมื่อเช้ากันแน่ แม้แต่ฮ่องเต้ยังพยายามระงับโทสะเอาไว้
หลังจากสนทนาอีกครู่หนึ่ง สีหน้าของฮ่องเต้ก็เผยความเหนื่อยล้า
แม้ตอนนั้นจั่วชิวอวี้จะรักษาอาการประชวรของฮ่องเต้เอาไว้ได้ แต่ฮ่องเต้อายุมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ยังต้องทรงงานทันทีที่ฟื้นขึ้นมา
ฮ่องเต้กำชับขันทีให้ส่งพวกเขาสองสามีภรรยาอย่างสมเกียรติ ก่อนที่พระองค์จะกลับไปยังตำหนักของตนเอง
หลินเมิ้งหยาเหลือบเห็นสายตาเป็นกังวลของหลงเทียนอวี้ มือเล็กจึงวางลงบนมือหนาของเขา
“ไม่เป็นไรหรอกเพคะ ทุกอย่างจะดีขึ้น”
เสียงอ่อนโยนมิต่างจากเวทมนตร์อันน่าพิศวง
หลงเทียนอวี้พลิกมือกลับแล้วกุมมือนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย
ใช่แล้ว เขายังมีนางอยู่
“ไปเถิด พวกเรากลับจวนกัน”
ป๋ายจีที่ยืน