้เหนียงเหนียงอีก”
ผอจื่อเอ่ยตอบด้วยความยำเกรง หลินเมิ้งหยาจึงเดาอะไรบางอย่างได้
หากคนที่อยู่ที่นี่คือพระสนมเต๋อเฟยตัวจริง เช่นนั้นคงถูกมองว่าลูกอกตัญญูต่อแม่แล้ว
ทว่าตอนนี้นางเป็นเพียงตัวปลอม ดังนั้นไม่ว่าฮ่องเต้หรือนางก็ล้วนไม่ไว้หน้านางอีกแล้ว
เมื่อมิได้รับการปกป้องจากฮ่องเต้และการดูแลจากบุตรชาย เช่นนั้นคนในจวนจะยังยำเกรงนางเหมือนก่อนได้อย่างไร
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเจ้ามาก ข้าจะเข้าไปดูหน่อย”
นางแย้มยิ้ม ใบหน้างดงามดั่งหยกอ่อนโยนกว่าเดิม
ผอจื่อขยับตัวหลบอย่างรู้หน้าที่ ดังนั้นหญิงสาวทั้งสี่จึงเดินผ่านประตูเข้าไป
เดือนสี่มาเยือนแล้ว มวลบุปผางดงามหลากสีสันชูช่อเบ่งบานทั่วทั้งจวน
ทว่าที่นี่กลับมีใบไม้แห้งเหี่ยวดั่งช่วงฤดูหนาว
บรรยากาศและสถานการณ์ในเวลานี้เข้ากันดีอย่างพิลึกพิลั่น
“นั่นใคร ! ตำหนักของเปิ่นกงมิใช่สถานที่ให้ใครเข้ามาเชยชมได้ ! เหตุใดยังไม่รีบออกไปอีก !”
ยังไม่ทันจะเดินเข้าใกล้เรือน เสียงเปี่ยมโทสะพลันตวาดดังมาจากภายใน
ป๋ายจีและป๋ายจื่อหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะเหลือบมองหลินเมิ้งหยา
ดวงตาอีกฝ่ายเปล่งประกายแวววาว นางยอบตัวลงถวายคำนับ
“ลูกสะใภ้สกุลหลินขอเข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรหมู่เฟยเพคะ หม่อมฉั