เจ้าเด็กนี่ตอนนี้
แต่น่าเสียดาย เขามักแสดงท่าทีโอหัง
นางลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าจูเหยียน ดวงตาฉายแววล้อเลียน สายตาจับจ้องใบหน้าขาวซีดของอีกฝ่าย
“กลัวแล้วใช่หรือไม่ ? ในเมื่อกลัว เหตุใดจึงไม่รีบไปเปิดกลไกเล่า ?”
หัวคิ้วหลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น อีกฝ่ายกำลังตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก อย่างน้อยก่อนที่พวกเขาจะหนีไปได้ จูเหยียนจะต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน
“ได้ ได้..”
พยักหน้าหงึกหงัก ไม่รู้ว่าท่าทางหยิ่งยโสหายไปที่ใดหมดแล้ว
จูเหยียนรีบหมุนตัวเพื่อไปหากลไกหน้าประตู โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ตนเองหันหลังไปแล้ว รอยยิ้มค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของหลินเมิ้งหยา
คิดจะต่อกรกับนาง จูเหยียนยังอ่อนหัดเกินไป
กลไกของห้องอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง ประตูเหล็กบานนี้มีวิธีเปิดปิดลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง
จูเหยียนบิดลูกบิดด้วยท่าทางชำนาญ ริมฝีปากขมุบขมิบ คาดว่าคงเป็นวิธีการเปิดประตูอย่างแน่นอน
ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก กลิ่นฝุ่นโชยออกมาจากภายใน
“แค่ก แค่ก เข้ามาสิ”
หลินเมิ้งหยาเดินตามหลังจูเหยียนเข้าไปหลบในห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งนี้
พื้นที่ภายในไม่กว้างนัก ซ้ำยังเต็มไปด้วยกลไกมากมายละลานตา
หากมิใช่เพราะจูเหยีย