วิธีการเช่นนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก ชั่วเวลาเพียงพริบตา นางก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้
แต่ก่อนนางเคยได้ยินหลงเทียนอวี้เล่าว่าแม้ฮองเฮาจะดื้อรั้นและมีจิตใจคับแคบ แต่เพราะมีอำนาจของครอบครัวคอยสนับสนุน นางจึงไร้ซึ่งศัตรู
ด้วยเหตุนี้ฮองเฮาจึงไม่เคยทำร้ายฮ่องเต้หรือองค์ชายอย่างจริงจัง
ผิดกับช่วงหลายปีมานี้ ฮองเฮาไม่เพียงควบคุมวังหลัง แต่ยังสอดมือเข้ามาดูแลราชสำนักด้วย
นางไม่เพียงรวบรวมคนชั่ว แต่ยังทำให้ราชสำนักวุ่นวาย
วิธีการที่ใช้โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่าคราวที่ผ่านมามาก
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องของพระสนมเต๋อเฟยที่ทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก
นี่หรือว่ากลุ่มจู๋หลงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องในคราวนี้ด้วย ?
“เวลาไม่คอยท่าแล้ว คืนนี้คนในคฤหาสน์จะหนีไปจนหมด จากนั้นท่านก็สามารถพาคนของท่านจากไปได้แล้ว ข้าขอฝากจูเหยียนด้วย ข้าและชิงหูจะเข้าไปแฝงตัวอยู่ที่นั่นเพื่อรอคอยข่าวดีจากพระชายา”
จูหยุนโค้งคำนับ เขาเอ่ยอย่างจริงใจ
“ได้ ข้าจะพยายามดูแลความปลอดภัยของเขา ท่านระวังตัวด้วย”
แม้ในใจจะยังมีคำถามมากมายที่รอคอยคำอธิบายจากจูหยุน ทว่าหลินเมิ้งหยาเลือกกลืนมันลงคอ ตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่เหมาะสม
ร่างของจูหยุนเดินลับหายไปในอีก