นที่ด้านหลัง
หลินเมิ้งหยาชะงักไปครู่หนึ่ง สายตามองทางอาซิ่วเผยให้เห็นการพินิจพิเคราะห์บางอย่าง
“มีอะไรหรือ ? ข้ามีอะไรผิดปกติหรือ ?”
อาซิ่วมองนางด้วยสายตาฉงนสงสัย ก็ไม่มีอะไรแปลกไปนี่นา
“ขออภัย ไม่มีอะไร”
หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของจูหยุน หลินเมิ้งหยารู้สึกระแวงขึ้นมาหลายส่วน
คาดว่าบนโลกใบนี้คงมีเพียงนางเท่านั้นที่ไม่อาจถูกหลอกได้
เมื่อมีระบบเซินหนงและตำราชิงเจิงผู่คอยช่วย ต่อให้อีกฝ่ายปลอมตัวแนบเนียนสักเพียงไหน แต่ก็มิต่างอันใดจากเรื่องตลกเมื่ออยู่ต่อหน้านาง
“จูเหยียนคนนั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ไม่ว่าข้าจะพูดอะไร เขาก็ไม่ยอมตอบ พี่สาวจวิ้นจู่ เขาคงไม่คิดเล่นตุกติกอะไรใช่หรือไม่?”
อาซิ่วส่งเสียงกระซิบกระซาบ ทั้งที่พวกเขาทั้งสองอายุต่างกันไม่มาก แต่น่าเสียดายที่พวกเขามองอีกฝ่ายเป็นศัตรูมากกว่ามิตร
แปลกยิ่งนัก คนหนึ่งไร้เดียงสาร่าเริง ส่วนอีกคนดื้อรั้นเอาแต่ใจ
“ไม่มีอะไรหรอก จริงสิ จากนี้ไปจูเหยียนจะเดินทางไปกับพวกเราด้วย เจ้าสามารถรับปากข้าว่าเจ้าจะไม่หาเรื่องเขาได้หรือไม่ ?”
หลินเมิ้งหยาจับมืออาซิ่วพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทว่าอีกฝ่ายกลับจ้องนางด้วยสีหน้าท่าทางอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พี่สาวจว