เขาทำให้นางเดาทางไม่ถูก
แม้นางจะสามารถระงับอารมณ์ของตนเองได้ แต่นั่นมิได้หมายความว่านางไร้โทสะ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเพียงการทำให้เห็นว่าพวกนางมีฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกันเท่านั้น ตนเองจึงจะยังมีโอกาสเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย มิเช่นนั้นนางคงถูกเข่นฆ่าแต่เพียงฝ่ายเดียว
“นายของเจ้าอยู่ที่ใด ?”
สายตาเย็นชาคมกริบ ท่วงท่าสง่างามน่าหวั่นคร้าม แม้นางจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่สีหน้ายังคงไร้ซึ่งความหวาดกลัว
จูเหยียนยังนึกอยากส่งเสียงข่มขู่พวกนางอีกสักสองสามคำ ทว่าหลินเมิ้งหยากลับเอ่ยกับอาซิ่ว
“ถอนพิษให้เขาเถิด ถึงอย่างไรเขาก็มีเจ้านายคอยช่วย”
“ใช่แล้ว นายท่านของข้ามีชื่อเสียงน่าหวั่นเกรง หากพวกเจ้าบังอาจทำร้ายข้า นายท่านจะต้องไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไปแน่ !”
อาการยังไม่ทันดีขึ้นก็กลับมาโอหังดั่งเดิมแล้ว
หลินเมิ้งหยาปรายตามองเขา ก่อนจะเอ่ย
“โอ้ ? เช่นนั้นหรือ ?”
เลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตาสบมองจูเหยียนนิ่ง ตอนนี้หลินเมิ้งหยาเริ่มเข้าใกล้ความจริงในใจขึ้นมาทุกทีแล้ว
หากว่ากันตามทฤษฎีแล้ว จูเหยียนและอาซิ่วยังไม่มีความสามารถเช่นนั้น
แม้หงอวี้จะผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน แต่หัวใจของนางยังคงอ่อนไหว
มีเพียงหลินเมิ้งหยาเท่านั้น แม้ภายนอกนา