งจะเป็นเพียงหญิงสาวฉลาดเฉลียว แต่หากพูดเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต เชื่อว่านางก็ไม่เป็นสองรองใคร
ตอนนี้นางเพียงถูกศัตรูหยั่งเชิงดูท่าทีเท่านั้น ส่วนใครจะเป็นผู้ชนะนั้นยังไม่อาจรู้ได้
ระหว่างทางจูเหยียนยังคิดยั่วยุพวกนาง แต่เมื่อเห็นงูสีเขียวมรกตขนาดหนึ่งนิ้วที่ไม่รู้ว่าอาซิ่วนำออกมาเล่นตั้งแต่เมื่อใด ปากของเขาจึงหุบลงอย่างช่วยไม่ได้
ทั้งสี่เดินอยู่บนทางเดินที่ทอดยาว ก่อนที่ทิวไผ่จะปรากฏในแนวสายตาของทุกคน
“นายท่านของข้าเชิญชายาอวี้เพียงคนเดียวเท่านั้น พวกเจ้าจงรออยู่ที่นี่กับข้า”
แม้แววตาจะยังคงโอหังอยู่บ้าง แต่คำพูดกลับมีมารยาทขึ้นกว่าเดิมมาก
หงอวี้และอาซิ่วย่อมไม่ยินยอม ทว่าหลินเมิ้งหยากลับจับมือพวกนางเอาไว้พร้อมทั้งส่ายหน้า
ในเมื่อเป็นศัตรูของนาง เช่นนั้นนางต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเอง
ก้อนหินสีเทาราบเรียบมั่นคง เส้นทางทอดยาวเข้าไปยังส่วนลึกของทิวไผ่
บริเวณทิวไผ่ทั้งสองฟากฝั่งประดับไว้ด้วยโคมไฟสีส้มดวงเล็กๆ
แม้ดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แต่ถึงกระนั้นกลับยังเห็นภาพทิวไผ่ได้อย่างชัดเจน
หลินเมิ้งหยาก้าวฝีเท้าไปด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่นานนางก็ได้เห็นร่างในชุดสีขาวดุจดวงจันทร์ซึ่งกำลังนั่งอ