อ…หากเป็นเช่นนี้ ข้าน้อยคงต้องให้จวิ้นจู่อยู่ที่นี่สักสองสามวันก่อนแล้ว แต่จวิ้นจู่สบายใจเถิด ข้าน้อยจะส่งคนไปแจ้งข่าวแก่อ๋องอวี้อย่างแน่นอน ฉะนั้นจวิ้นจู่มิต้องกังวล”
ดูเหมือนจะยังไม่ยอมตัดใจสินะ
หลินเมิ้งหยารู้อยู่แล้วว่าไม่มีใครยอมเชื่อเรื่องนี้ง่ายๆ
มุมปากกระตุกยิ้มเย็น แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงแสดงท่าทีสงบนิ่ง
“ไม่ว่าจะต้องให้ข้าอยู่ที่นี่หรือข่มขู่หลงเทียนอวี้ หากข้าบอกว่าไม่มี นั่นย่อมหมายความว่ามันไม่มีอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพวกเจ้าคงปกป้องที่นี่เอาไว้ได้อีกไม่นาน มิสู้ฆ่าข้าหรือไม่ก็ปล่อยข้าไปมิดีกว่าหรือ?
หลินเมิ้งหยาล้วนเอ่ยความจริงทั้งสิ้น
จูหยุนมองท่าทางมั่นใจของนาง ทว่าเขากลับรู้สึกเหมือนได้เห็นเรื่องน่าขัน มุมปากยกสูงขึ้นกว่าเดิม
ทว่าสายตากลับเย็นยะเยือก
“จวิ้นจู่เป็นคนฉลาด แต่หากพวกเราต้องจากไปจริง เช่นนั้นหากพาจวิ้นจู่ไปด้วยก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว จากตำแหน่งของจวิ้นจูในเวลานี้ ข้าน้อยคิดว่าคงไม่มีผู้ใดในเมืองหลินเทียนมิให้ความสำคัญกับท่านหรอกกระมัง”
นี่เขากำลังข่มขู่หรือ ?
หลินเมิ้งหยาจ้องจูหยุนนิ่ง จูหยุนเป็นคนฉลาด เมื่อคนฉลาดกับคนฉลาดมาเจอกัน เช่นนั้นย่อมต้องออกแรงมากเป็นพิศษ