“ใช่แล้ว เจ้าสามารถใช้ข้าเป็นโล่กำบังได้ หรือไม่เจ้าก็สามารถจับข้าเป็นตัวประกันเพื่อเรียกร้องข้อเสนอจากหลงเทียนอวี้หรือจั่วชิวเฉินได้ แต่คุณชายจูย่อมเป็นคนฉลาด ดังนั้นเจ้าย่อมรู้ดีว่าการถลกหนังเสือมิใช่ความคิดที่ดี เจ้าไม่มีทางเก็บข้าเอาไว้ข้างกายได้ตลอดไป”
มองท่าทางที่กลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็วของหลินเมิ้งหยา รอยยิ้มบนใบหน้าของจูหยุนเหือดหายไป
“จวิ้นจู่เป็นคนฉลาด เพราะเหตุนี้จึงมีคนยอมสละชีวิตเพื่อท่าน ในเมื่อข้ารับปากเขาไปแล้ว เช่นนั้นข้ามิควรกลับคำ จวิ้นจู่วางใจเถิด หลังจากนี้อีกสามวันท่านก็สามารถกลับออกไปได้แล้ว แต่ช่วงเวลาสามวันนี้หวังว่าจวิ้นจู่จะอยู่พักผ่อนเงียบๆ”
คำพูดของจูหยุนทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจ
คราวก่อนจูหยุนบอกว่าเขาติดหนี้ใครบางคนจึงยอมปล่อยตัวนาง
เช่นนั้นตอนนี้ก็เป็นเพราะคนผู้นั้นหรือ ? อยู่ๆ สมองก็เปล่งประกาย ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นในสมอง
“พี่สาวจวิ้นจู่ คนผู้นี้ประหลาดยิ่งนัก”
อาซิ่วกระซิบเสียงเบา เมื่อครู่เขาเพิ่งจะขู่บังคับพี่สาวจวิ้นจู่แท้ๆ แต่เวลาเพียงชั่วอึดใจเขาจึงบอกว่าพวกนางอยู่ที่นี่เพียงสามวันก็พอแล้ว
ชายคนนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ
“อืม แปลกจริงๆ จวิ้นจ