ิ้มมองหน้าหลงเทียนอวี้แทน
“เจ้า…ดี ข้าแล้วแต่เจ้า”
คำถามถูกหยุดเอาไว้แต่เพียงเท่านี้
มองดวงตาที่กลับมาเปล่งประกายอีกครั้งของหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้รู้ได้ทันทีว่านางคิดได้แล้ว
“อืม พวกเจ้าอยู่ช่วยหลิวซวนที่นี่ก่อน ข้าจะออกไปข้างนอกกับอาซิ่วสักรอบหนึ่ง อีกเดี๋ยวจะกลับมา”
ยุ่งตลอดทั้งวัน ตอนนี้สีของท้องฟ้าเข้มขึ้นแล้ว
แม้หลงเทียนอวี้จะไม่วางใจ แต่เพราะมีอาซิ่วและทหารองครักษ์ตามไปคุ้มกัน เขาจึงเบาใจลง
แม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหอป๋ายเฉา แต่ภายนอกยังคงเงียบสงบดั่งเดิม
ราษฎรมิได้สนใจกับการผลัดเปลี่ยนอำนาจในหอป๋ายเฉานัก ทว่าพวกตระกูลใหญ่โตที่คบค้าสมาคมกับหอป๋ายเฉาล้วนสั่นสะท้าน
“รีบกลับมาก็แล้วกัน ระวังตัวด้วย”
กำชับหนหนึ่ง ก่อนจะมองตามทั้งสองที่กำลังเดินจากไป
บรรยากาศจึงเงียบลง
ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายของหลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้พลันหายไป
หันหน้าสบตากัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง
“เย่ ข่าวที่ข้าให้เจ้าสืบได้ความว่าอย่างไร?”
กลับเข้ามาภายในห้อง หลงเทียนอวี้ยืดตัวตรงก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม
“ข้าน้อยไล่สืบมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ผู้ที่ลอบทำร้ายท่านอ๋องและพระชายาคือกลุ่มที่ชื่อจู๋หลง พวกเขามีโครงข่ายโย