ม้แต่เสี้ยวเดียว!”
แม้หลินเมิ้งหยาจะมิได้ระบุอย่างชัดเจน แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่านางพูดถึงค่ำคืนที่มีคนเข้ามาขโมยของออกไป
แม้พวกเขาจะลอบลงมือกันอย่างลับๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นฝ่ายโชคร้ายเสียเอง แต่ถึงกระนั้นทั้งสองฝ่ายก็ล้วนรู้ดีว่าเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
นางพยายามอดกลั้นอยู่หลายวัน ตอนแรกอีกฝ่ายคิดว่านางไม่อยากเอะอะไป แต่ใครจะรู้ว่านางจะหยิบยกเรื่องนี้มาพูดในเวลานี้
ดังนั้นนอกจากฉางเทียนหัวแล้ว ผู้อาวุโสที่เหลือทั้งสี่ล้วนรู้สึกหน้าชา
“จวิ้นจู่รับสั่งเรื่องอะไรอยู่หรือ? แม้พวกเราจะขอความร่วมมือกับจวิ้นจู่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ลืมเรื่องมารยาทเลยแม้แต่น้อย เกรงว่าจวิ้นจู่จะเข้าใจผิดแล้ว”
ตวนมู่หยางออกมาแก้สถานการณ์ หลินเมิ้งหยาสบถในลำคอ ก่อนจะชี้นิ้วไปทางลูกศิษย์ทั้งสองที่นอนหมดสติอยู่กับพื้น
“ทุกคนล้วนเห็นกับตาของตัวเองว่าตู้จ่งตายเช่นไร เกรงว่าพวกเจ้าไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำว่าพวกข้าเป็นผู้ลงมือ หากเจ้ามีหลักฐาน เช่นนั้นจงนำออกมาตอนนี้เถิด ข้าจะยอมจำนนแต่โดยดี แต ต่ลองไตร่ตรองสถานการณ์ในเวลานี้ให้ดีเสียก่อน พวกเจ้าส่งคนมาเฝ้าพวกข้าทั้งวันทั้งคืน ซ้ำยังมิให้ข้าก้าวเท้าออกจากที่นี่แม้เพียงครึ่งก้าว บ้านเ