มีคนมาส่งข่าวว่าเพื่อนของเจ้ามาถึงแล้ว ข้ากลัวว่าจะเอะอะจนเจ้าตื่นก็เลยสั่งให้นางรออยู่ด้านนอก ตอนนี้จะให้เข้ามาเลยหรือไม่?”
น้ำขึ้นให้รีบตัก นี่คือสิ่งที่จั่วชิวอวี้ได้เรียนรู้หลังจากรู้จักกับหลินเมิ้งหยา
อย่ามองเพียงใบหน้าท่าทางนอบน้อมถ่อมตนของนาง หากวันใดนางเลือดร้อนขึ้นมา แม้แต่ฮวงซงก็คงไม่อาจปกป้องเขาได้
เฮ้อ ถ้าจะโทษก็โทษความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้เถิด เขายังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปี
“สหายเก่า? ใครกัน?”
หากพูดถึงเพื่อนเก่า หลินเมิ้งหยานึกถึงนักพรตข้างทางและนายหญิงแห่งโรงบ่อนเหิงหยุนขึ้นมา
แววตามืดครึ้มลงเล็กน้อย สตรีผู้นั้นมีความสัมพันธ์สนิทแนบแน่นกับท่านแม่ หากมิใช่เพราะตนเอง บางทีนางคงยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
นางไม่มีเวลาโทษตัวเอง เหตุเพราะสักวันหนึ่งความโหดเหี้ยมอำมหิตเหล่านั้นจะต้องถูกเปิดเผย
นางเป็นเพียงชนวนเท่านั้น
“ใครหรือ?”
หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ทว่าจั่วชิวอวี้กลับหยักยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบ
จากนั้นร่างบางก็พุ่งเข้าหาอ้อมกอดของนาง
“พี่สาวจวิ้นจู่! ข้ามาหาท่านแล้ว คนที่นี่นิสัยไม่ดียิ่งนัก พวกเขาไม่อนุญาตให้ข้าเข้ามา!”
เสียงเจื้อยแจ้วหวานใสของอีกฝ่ายทำให้หลินเมิ