งไปกว่านั้นยังเป็นของที่ใช้ในราชวงศ์ ดังนั้นจึงหาได้ยากยิ่ง
เมื่อได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของนาง ใบหน้าของชิงหูเผยความโศกเศร้าออกมา
“เจ้าเด็กน้อย ข้า…ข้ากลับไปเดินบนเส้นทางเก่าแล้ว เจ้า…เจ้าไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงของเขามีความลังเลอยู่หลายส่วน ทว่าสายตายังคงเปี่ยมไปด้วยความน่าเอ็นดูจนผู้อื่นอดนึกสงสารไม่ได้
แต่อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็มีโทสะขึ้นมา
“ใครกัน! ใครบังคับให้เจ้าต้องทำเช่นนั้น! บังอาจมายุ่งกับคนของข้า! พวกเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!”
แววตาของชิงหูแฝงไว้ซึ่งความประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะยิ้มแกนๆ
เขารู้อยู่แล้วว่าหลินเมิ้งหยาจะต้องไม่รังเกียจเขา
ยื่นมือกดร่างนางให้นั่งลงบนเก้าอี้ มองใบหน้าแดงก่ำเพราะความโมโหของนาง มุมปากหยักยิ้มน้อยๆ
“ไม่มีใครบังคับข้าทั้งนั้น แต่สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องต่อสู้กับพวกเขา ฉะนั้นข้าจึงเข้าไปเป็นคนสอดแนมให้เจ้าก่อนอย่างไรเล่า”
หลินเมิ้งหยาระงับโทสะในหัวใจ มองชิงหูในชุดสีแดงดั่งเปลวเพลิง
ไม่ได้เจอกันนาน เขาซูบผอมลงมาก
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเข้าไปเป็นคนสอดแนม คราวนี้เจ้ากลับไปด้วยกันกับข้าเถิด เสี่ยวอวี้จากไปแล้ว ชั่วชีวิตนี้คงได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง ข้าไม่อยาก