คนเรียก เขากลับรู้สึกว่าชื่อนี้ช่างไพเราะอ่อนหวานยิ่งนัก
“อวี้โถว อวี้โถว อวี้โถว ฮ่า ฮ่า ติดดินเหลือเกิน”
ชื่อแสนเชยทำให้หลงเทียนอวี้อึดอัดใจอยู่หลายส่วน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยอมรับแต่โดยดี
หลินเมิ้งหยากอดแขนเขาเอาไว้ ท่าทางสุขสราญใจกว่าทุกวัน
มองรอยยิ้มกว้าง มองท่าทางออดอ้อนน่ารัก ดวงตาคมกริบของหลงเทียนอวี้เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
เขามอบความรักความเอ็นดูทั้งหมดให้แก่นางเพียงผู้เดียว
“อวี้โถว พวกเราใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว หม่อมฉันคิดถึงท่านพ่อและพี่ชายแล้ว หม่อมฉันสามารถไปหาท่านพ่อได้หรือไม่?”
หลังจากหยอกล้อจนพอใจ หลินเมิ้งหยาโน้มตัวเข้าหาอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้ น้ำเสียงมีความหงอยเหงาปะปนอยู่ไม่น้อย
“อืม รอพวกเรากลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะทูลขอเสด็จพ่อเพื่อมอบรางวัลให้แก่ทหารสามกองทัพ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะได้เจอพ่อของเจ้า”
โอบกอดร่างบางของนาง อันที่จริงหลงเทียนอวี้เองก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อจะได้กลับบ้านไม่ได้
ไม่รู้ว่าพระอาการของเสด็จพ่อเป็นเช่นไรบ้าง? หมู่เฟยที่อยู่ในกำมือของฮองเฮาคงทรมานไม่น้อย
เมื่อนึกเรื่องหมู่เฟยขึ้นมา แสงในดวงตาของเขาพลันครึ้มลง หลินเมิ้งหยาย่อมเข้าใจความรู้สึกข