แต่ะฝ่ายในเวลาอันสั้น
ไม่นานร่างซูบผอมของฉางเทียนหัวก็ปรากฏต่อสายตาพวกเขาทั้งสาม
เมื่อเห็นว่าพวกเขายังอยู่ดีมีสุข ฉางเทียนหัวจึงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
ใบหน้าดำคล้ำซูบตอบปรากฏรอยยิ้มผ่อนคลายน้อยๆ
“ข้าเพิ่งจะเปรยกับอวี้เปี่ยวเกอว่าต้องการไปขอบคุณท่านผู้อาวุโสฉางอยู่พอดี ท่านดูเถิด เวลาเพียงไม่กี่วันแขนของข้าก็สามารถขยับได้แล้ว เมื่อคืนพวกเขาสองคนทะเลาะกันทั้งคืน นเลยเจ้าค่ะ”
หลินเมิ้งหยาแย้มยิ้มเอ่ยทักทายผู้อาวุโสฉางก่อน
เชื้อเชิญเขาให้นั่งลงด้วยกัน ก่อนจะยกน้ำชาให้
“อันที่จริงเป็นเพราะร่างกายของจวิ้นจู่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จริงสิ ช่วงนี้พวกท่านคงไม่สะดวกที่จะออกไปข้างนอก ยิ่งไปกว่านั้นหอป๋ายเฉายังไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ดังนั้นอย่าออ อกจากเรือนจะดีกว่า”
หลังจากผู้อาวุโสฉางพูดจบ พวกหลินเมิ้งหยาแสร้งแสดงท่าทีตกตะลึง
“พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ข้าขอถามผู้อาวุโสฉางหน่อยได้หรือไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นข้างนอกนั่น? เหตุใดข้าจึงไม่พบคนเฝ้าประตูตั้งแต่รุ่งสางแล้วเล่า?”
ฉางเทียนหัวจิบชา เขาลดเสียงให้เบาลง ก่อนจะเอ่ย
“พวกท่านคงไม่รู้ อันที่จริงพวกเขามักปิดบังความลับกับข้าเสมอ ดังนั้นข้าเองก็มิต่างอันใดจากคนต