่าเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองเข้าไปด้านหลังประตู
แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับทำให้ทุกคนตื่นตะลึง
“นี่มัน…”
ด้านหลังประตูหินคือห้องศิลาขนาดใหญ่
รูปปั้นเสมือนจริงขนาดใหญ่ที่แม้ใบหน้าจะเลือนรางแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมองออกว่าเขาคือปรมาจารย์ทางการแพทย์
ด้านล่างรูปปั้นคือโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีธูปและเทียนซึ่งถูกใยแมงมุมเกาะวางอยู่เต็มไปหมด
ทว่าด้านล่างโต๊ะคือโครงกระดูกที่เนื้อหนังแห้งเหี่ยวไปนานแล้วของคนสองคน พวกเขาหันหลังชนกันบนฟูก
เสื้อผ้าของพวกเขาขาดวิ่น ทว่าจั่วชิวอวี้กลับวิ่งเข้าไปหาด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ตึง” คุกเข่าต่อหน้าโครงกระดูกทั้งสอง
“ท่านอาจารย์! ท่าน…ท่านอยู่ที่นี่นี่เอง ท่านอาจารย์ ศิษย์อกตัญญู! ศิษย์อกตัญญู!”
น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดเช่นนี้ของจั่วชิวอวี้
แต่ทั้งสามได้ยินอย่างชัดเจนว่าหนึ่งในโครงกระดูกคืออาจารย์ของจั่วชิวอวี้
“ที่แท้ท่านหยวนก็อยู่ที่นี่ เพราะเหตุนี้ตอนนั้นฝ่าบาทและจวิ้นอ๋องจึงหาร่างของท่านไม่พบ”
อวี้อันถอนหายใจ เขาเอ่ยออกมาอย่างเสียดาย
เมื่อเห็นว่าที่นี่มิได้มีกลไกใดๆ หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้หลงเทียนอวี้นำตราประทับออกมา
ดูเหมือนกำแพงภายในจะสามารถควบคุ