มประตูหินได้
หลงเทียนอวี้กวาดตามอง ก่อนจะเอ่ยอย่างมั่นใจว่าที่นี่มิใช่เพียงสถานที่เซ่นไหว้ แต่ยังเป็นแหล่งหลบภัย
ประตูหินปิดลงอีกครั้ง ทว่าคราวนี้พวกเขาทั้งสี่ไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
จั่วชิวอวี้ยังคงร้องไห้โทษตัวเองต่อหน้าอาจารย์ พวกหลินเมิ้งหยาไม่อยากเข้าไปรบกวน ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มสำรวจห้องศิลาแห่งนี้
ด้านขวาสุดของห้องมีบันไดคดเคี้ยว ทั้งสามคิดว่านั่นน่าจะเป็นทางออก
ในเมื่อเป็นหลุมหลบภัย เช่นนั้นกลไกการเปิดปิดเองก็น่าจะเหมือนประตูหินที่มีจุดเปิดปิดอยู่ภายในห้องนี้
ดังนั้นพวกเขาจึงเลิกร้อนใจ
ภายในห้องหินมีธูปและเทียนกระจัดกระจายอยู่บางส่วน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีของใช้ในชีวิตประจำวันที่สึกหรอเพราะถูกลมกัดกร่อนอีกด้วย
หลินเมิ้งหยามองโครงกระดูกทั้งสอง แม้ตอนนี้พวกเขาจะเหลือเพียงกระดูก แต่เท่าที่ดูจากการผุกร่อน คาดว่าพวกเขามิได้ถูกทำร้ายจนตาย
เดินเข้าไปดูใกล้ๆ นางพบว่าบนชุดของโครงกระดูกทางด้านซ้ายมีป้ายหยกอันหนึ่งแขวนอยู่
หลินเมิ้งหยาหยิบขึ้นมาเช็ดจนสะอาด ก่อนจะเห็นตัวอักษรคำว่า “เฉิน”
“พวกเจ้ามาดูหน่อยว่านี่คืออะไร?”
จั่วชิวอวี้ที่กำลังร้องไห้หันหน้าไปมอง แต่หลังจากที่เขาได้เห็นป้ายหยกในมือ