งจากได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยาแล้ว พวกเขาจึงมีท่าทางดีอกดีใจเหมือนเด็ก
“ได้ ได้ ได้ ขอบพระทัยจวิ้นจู่ที่ไม่รังเกียจให้ข้าได้เห็นตำราชิงเจิงผู่ฉบับใหม่นั้นดูสักครั้ง ข้าขอบพระทัยท่านมาก ไม่ว่าจวิ้นจู่ต้องการสิ่งใดข้าก็พร้อมจะทำตาม”
หยาดน้ำตารินไหลเปรอะเปื้อนใบหน้า ฉางเทียนหัวคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีโอกาสได้เห็นเนื้อหาในตำราชิงเจิงผู่ทั้งหมด
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความจริงใจที่หลินเมิ้งหยามอบให้แก่เขา หากมิใช่นาง เขาคงทำได้เพียงถวิลหาตำราเล่มนั้นไปชั่วชีวิต
มองดูหยดน้ำตาของผู้อาวุโสที่มีอายุมากกว่าบิดาของตนเอง หลินเมิ้งหยารู้ได้ทันทีว่าตนเองมาหาถูกคนแล้ว
“ผู้อาวุโสฉางอย่าเอ่ยเช่นนี้เลย ท่านเป็นผู้อาวุโสที่มีคุณธรรม เหตุที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการให้ราษฎรพบพานแต่ความสุข”
หลินเมิ้งหยารีบแสดงความถ่อมตัว คราวนี้นางดึงฉางเทียนหัวเข้ามาเป็นพวกได้สำเร็จแล้ว
ฉางเทียนหัวตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก หลังจากได้รับคำสัญญาจากหลินเมิ้งหยาแล้ว เขาจึงรีบกลับไปในทันที
บรรยากาศในห้องเริ่มกดดันอีกครั้ง ไม่รู้ว่าหลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้กำลังคิดอะไร
หลินเมิ้งหยารู้สึกแปลกเล็กน้อย
“พวกเจ้าเป็นอะไรไป? ทำไมไม่พูดเล่า?”