รีบเปิดแขนเสื้อของนางออก ก่อนจะพบว่าไหล่ขวาที่ขาวราวหิมะบัดนี้มีรอยแดงดั่งไส้เดือนดินที่กำลังขยับเขยื้อนตัว
หลงเทียนอวี้คิดว่าหลินเมิ้งหยาโดนวางยา แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นขวดยาทั้งสองที่นางเคยใช้อยู่เป็นประจำจึงเข้าใจได้ในทันที
“เจ้า….”
มองหลินเมิ้งหยาที่พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดในอ้อมกอด
คำพูดมากมายของหลงเทียนอวี้ติดอยู่ในลำคอ
นางโง่เหลือเกิน! ทั้งที่นางต้องเจ็บปวดเจียนตายขนาดนี้ แต่นางกลับปกปิดเอาไว้มิให้เขารู้
หวนนึกถึงวันที่นางหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นว่าแขนขวาของตัวเองขยับได้ ตอนนี้เขารู้แล้วว่านางต้องแลกมากับความเจ็บปวดมากเพียงไหน
“อุบ...ฮู่ หลงเทียนอวี้…หม่อมฉันยินยอมทำสิ่งเหล่านี้เอง…อย่า…อย่ากล่าวโทษใครเลย…”
แม้จะเจ็บปวดจนแทบสิ้นสติ แต่หลินเมิ้งหยาก็พยายามเอ่ยโน้มน้าวหลงเทียนอวี้เพื่อมิให้บันดาลโทสะกับผู้อื่น
มองใบหน้าเรียวเล็กที่บัดนี้ขาวซีดจนไร้สีเลือด หลงเทียนอวี้จำใจพยักหน้าลง
ทว่าแขนทั้งสองข้างที่กำลังโอบกอดนางกลับกระชับแน่นขึ้น
“อืม…”
ในที่สุดหลินเมิ้งหยาที่ไม่อาจทนต่อความเจ็บปวดได้ก็สลบไป
ระบบเซินหนงเปิดการทำงานโหมดการปกป้องสมองของผู้ใช้งานอัตโนมัติ ก่อนที่สติของนางจ