“เอาล่ะเปี่ยวเกอ หลงเทียนอวี้เป็นคนป่วย เจ้าอย่าหาเรื่องเขาเลย”
บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ทั้งสองตรงหน้านางแสดงท่าทางไม่ต่างจากเด็ก
สัมผัสได้ถึงแรงกอดจากมือหนาบริเวณเอว นางตีมือเขาเบาๆ ทีหนึ่ง
จริงๆ เลย เพิ่งจะอาการดีขึ้นก็ปล่อยให้อารมณ์พลุ่งพล่านเสียแล้ว
เฮ้อ เหตุใดนางจึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคุณป้าในสถานเลี้ยงเด็กเลยเล่า
“ฮึ เจ้าพูดถูก เขาเป็นคนป่วย ข้าไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาหรอก แต่เปี่ยวเม่ยเอ๋ย เจ้าเข้าข้างเขาเกินไปหรือไม่ ถึงอย่างไรข้ากับเจ้าก็มีสายเลือดเดียวกัน เหตุใดสาวน้อยตาดำๆ เช่นเ เจ้าพอแต่งงานออกไปก็ไม่รู้จักพี่ชายแล้วเล่า”
พูดจบก็แสดงท่าทางขุ่นเคืองพลางส่งสายตาเหมือนเด็กเอาแต่ใจไปที่สองสามีภรรยา
“ใช่ พวกข้าทำร้ายคนโสดเข้าให้แล้ว พวกเราผิดเอง แต่อวี้เปี่ยวเกอยังครองตัวเป็นโสด หากเจ้าคิดว่าพวกข้าเป็นหนามทิ่มแทงตา ไฉนเจ้าจึงไม่หาพี่สะใภ้ให้ข้าสักคนเล่า?”
หลินเมิ้งหยาถลึงตาใส่จั่วชิวอวี้ คนโสดย่อมรู้สึกราวกับถูกทำร้ายเมื่ออยู่ในโลกของคู่รัก
ขณะเดียวกันคำพูดนี้ทำให้จั่วชิวอวี้ปิดปากสนิท
“เจ้า….อำมหิตนัก!”
เมื่อแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้ จั่วชิวอวี้จึงยอมแพ้แต่โดยดี
หลงเทียนอวี้เหลือบมองเขาคราหนึ่ง