ภายในโรงเก็บฟืนจวนเซิ่นจวิ้นอ๋อง แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้าไร้โทสะของคนทั้งสาม
เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาฆ่าตัวตาย หลินเมิ้งหยาไม่เพียงสั่งให้มัดมือมัดเท้าเท่านั้น แต่ปากของทุกคนยังถูกอุดเอาไว้มิให้ส่งเสียง
หลังจากทนทรมานเพราะความหิวอยู่สองวัน แม้ร่างกายจะไร้เรี่ยวแรงเต็มที แต่ถึงกระนั้นก็ยังหายใจอยู่
มีเพียงจิตวิญญาณที่หม่นหมองลงไปไม่น้อย
เห็นคนในครอบครัวของตนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา เกรงว่าคงไม่มีใครอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว
แอ๊ด
เสียงดังขึ้น ประตูถูกเปิดออกจากด้านนอก
จูฉีหยุนไร้ที่ซึ่งความสง่างามเหมือนอย่างตอนแรกเงยหน้าจ้องร่างบางในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน
“เข้ามา จงนำของในปากใต้เท้าจูออก ดูพวกเจ้าเถิด เสียมารยาทจริงเชียว ใต้เท้าจู พวกคนรับใช้เหล่านี้ไม่รู้ความ หวังว่าท่านจะอภัยให้พวกเขา”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยวาจาเกรงใจ แต่ท่าทางมิได้เกรงอกเกรงใจตาม
พวกเสี่ยวซีรีบเข้าไปนำของที่อุดปากพวกใต้เท้าจูออก เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“น้ำ…น้ำ….”
เสียบแหบแห้งของคนที่เคยใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นอย่างจูเจียจิงดังขึ้น ท่าทางของเขาในเวลานี้เหมือนคนใกล้จะหมดลมหายใจเต็มที
หลินเมิ้งหยามิได้ทรมานพวกเขาต่อ แม้แต่