องทั้งหมด นางจะแผดเผาสกุลจูของพวกเราให้กลายเป็นจุณ ลูกพี่ลูกน้องของข้าต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม หลานคนนี้มิอาจทำให้ท่านต้องลำบากไปด้วยได้”
จูเจียจิงหลั่งน้ำตา เขาคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นอา
“เพราะเหตุนี้….เพราะเหตุนี้เจ้าจึงเอ่ยว่าจวิ้นจู่ยั่วยวนเจ้าให้หลงกล แต่ไม่ว่าข้าจะถามอะไรเจ้าก็ไม่ยอมบอก ที่แท้…ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!”
ตาเฒ่าเจ้าน้ำตาเมื่อครู่ยิ่งส่งเสียงร้องไห้หนักขึ้นด้วยท่าทางเจ็บปวดรวดร้าว
หลินเมิ้งหยาอดที่จะสำรอกในใจเสียไม่ได้ เหตุใดบุรุษสกุลจูจึงชอบร้องไห้กันนักนะ
โดยเฉพาะเจ้าจูเจียจิงนั่น เพียงนึกอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาราวกับเปิดก๊อกน้ำ
ไหนเล่าคำกล่าวที่ว่าลูกผู้ชายไม่ยอมเสียน้ำตาง่ายๆ?
ผู้ชายอ่อนปวกเปียกเช่นนี้ยังสู้เสี่ยวป๋ายกับเสือน้อยของนางไม่ได้เลย
“เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอันใดกัน? ข้าไปยั่วยวนเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้าอย่าได้บังอาจใส่ร้ายป้ายสีผู้บริสุทธิ์!”
ไม่ว่าจะฟังอย่างไร คำปฏิเสธของหลินเมิ้งหยาก็เหมือนคนกำลังร้อนตัว
ทุกคนในที่นี้ล้วนเห็นสายตากระวนกระวายของนางอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันพวกเขาก็เริ่มเกิดความสงสัยในตัวอันเล่อจวิ้นจู่ผู้ลึกลับคนนี้
สองอาหลานสกุลจูมั่นใจแล้วว่าน้ำตาของพวกตน