ที่ต่อให้ต้องตายนางก็ไม่มีวันเปิดเผยออกมา ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงคิดว่าตำราเล่มนั้นถูกทำลายไปแล้ว
การที่จูฉีหยุนกล่าวเช่นนี้แสดงว่าเขามั่นใจแล้วว่าตำราชิงเจิงผู่ยังอยู่ในมือของนาง
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็ยิ้มออกมา ใบหน้างดงามเพริศพริ้งยิ่งเปล่งประกายเมื่อเมื่อรอยยิ้มของนางปรากฏบนใบหน้า
เหล่าชายหนุ่มต่างมองตาค้าง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มนี้แฝงความอันตรายเอาไว้
“ใช่หรือไม่นั้น ทุกคนล้วนมีคำตอบเป็นของตัวเองแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ใช่ แต่เหตุใดใต้เท้าต้องส่งเสียงกระแทกกระทั้นพูดจาไม่รื่นหูด้วยเล่า? ดูเหมือนฮ่องเต้แห่งเมืองหลินเทียนจะมีพร ระปรีชาสามารถยิ่งนัก มิเช่นนั้นขุนนางชั้นสูงเช่นท่านคงไม่มีเวลามาให้ความสนใจเรื่องหยุมหยิมเช่นนี้หรอกกระมัง คาดว่าฝนฟ้าของเมืองหลินเทียนคงตกต้องตามฤดูกาล ฉะนั้นขุนนางจึงไม่จ จำเป็นต้องกังวลเรื่องใด”
หลินเมิ้งหยาแย้มยิ้มอ่อนหวานขณะเอ่ย
ในเมื่อจูฉีหยุนไม่เกรงใจ เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าเช่นเดียวกัน
เอื้อนเอ่ยวาจาไม่ระรื่นหูออกไปแล้ว ไม่ว่านางจะใช่