มักจะช่วยสร้างความรื่นเริงให้แก่หลินเมิ้งหยา แต่ถึงกระนั้นก็มิทำให้นางรู้สึกรำคาญ
ทั้งสองเดินนำหน้าตามหลังกัน เพียงเดินผ่านโค้งหนึ่งมา อยู่ๆ ร่างของใครคนหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามาหยุดตรงหน้านาง
“ไอหยา…ข้าน้อยไม่รู้ว่าเป็นจวิ้นจู่ จวิ้นจู่โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วยเถิด”
เขารีบโค้งตัวลงแสดงความเคารพขณะเอ่ย
หลินเมิ้งหยาหันไปมอง ก่อนจะได้เห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นตา
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ชนนาง เช่นนั้นนางจะถือสาหาความเขาไปใย
“ไม่เป็นไร ข้าเองก็ต้องขออภัยด้วยที่ไม่ทันระวัง”
หลินเมิ้งหยาขยับเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวขณะเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนางยืดตัวขึ้นเล็กน้อยและคิดจะเดินจากไป
“จวิ้นจู่ ช้าก่อน!”
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะร้องเรียกทันทีที่นางหมุนตัวกลับ
“มีอะไรหรือ?”
เอี้ยวตัวกลับมาอีกครั้ง หลินเมิ้งหยามองท่าทางเหมือนคนบื้อใบ้ของเขา ก่อนที่นางจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาคือหลานชายของจูฉีหยุนผู้นั้น
“จวิ้นจู่ได้โปรดเดินไปทางนั้นกับข้าน้อยเถิดขอรับ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระสวามีของจวิ้นจู่”
ราวกับหลานชายสกุลจูตกอยู่ในอาการวิตกกังวล ดวงตาทั้งสองข้างเหลือบซ้ายแลขวาไม่อยู่นิ่ง
หลินเมิ้งหยาไม่อยากเดินไปกับเขา แต่เมื่อได้ยิน