ขั้นต่อไปของฝ่าบาทหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
จูเจียจิงมิได้ลุกขึ้น แต่เขากลับส่งเสียงสะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น
หลินเมิ้งหยารู้สึกตกใจอยู่เล็กน้อย จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ
“จริงอยู่ที่เฉินเปี่ยวเกอส่งข้ามา แต่พระองค์มีจุดประสงค์อะไรนั้นข้าเองก็ไม่แน่ใจ ข้าคิดว่าเจ้าควรไปถามไถ่พระองค์ด้วยตนเองจะดีกว่า”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของจูเจียจิงจึงค่อยๆ เงียบลง
ทว่าสีหน้าแววตายังคงเผยความเจ็บปวด
“จวิ้นจู่รับสั่งถูกต้องแล้ว แต่ข้าน้อยมิได้เจอฝ่าบาทมานานแล้ว แน่นอนว่าข้าน้อยคิดถึงฝ่าบาทยิ่งนัก หากจวิ้นจู่ไม่เสด็จมา ข้าน้อยคงคิดว่าฝ่าบาททอดทิ้งข้าน้อยเสียแล้ว”
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า ทำเพียงปลอบใจเขาสองสามคำ
ทว่าจูเจียจิงกลับยิ่งแสดงท่าทีซาบซึ้งใจ แต่เพียงพริบตาเดียวสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นขุ่นเคือง
“จวิ้นจู่คงไม่รู้ว่าจูฉีหยุนผู้นั้นโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก เขาเห็นว่าลูกชายของตนถูกคนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเขาจึงวางแผนร้ายในใจแล้วสั่งคนทำร้ายบุตรชายของตนเองจนตาย ย! แต่นี่ยังไม่เท่าไร ทว่าเขายังสมคบคิดกับคนต่างถิ่นลักพาตัวท่านอ๋องอวี้ไปอีกด้วย!”
หลินเมิ้งหยาเบิกตากว้าง เห็นไ